นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรไทยยังคงประสบปัญหาการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิต รวมทั้งขาดแคลนท่อนพันธุ์สะอาดสำหรับการปลูกในรอบถัดไป กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอแนะนำและส่งเสริมให้เกษตรกรใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนคัดเลือกท่อนพันธุ์ดีมีคุณภาพ ทนทาน และต้านทานโรค ซึ่งปัจจัยตั้งต้นสำคัญที่ทำให้การเกษตรประสบความสำเร็จ ทั้งในแง่ผลผลิต คุณภาพ และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ โดยหลักการสำคัญ 4 ข้อ ที่ควรคำนึงในการคัดเลือกพันธุ์มันสำปะหลังคือ
การเลือกพันธุ์ที่ได้รับรองจากหน่วยงานราชการ/สถาบัน/มหาวิทยาลัย จะช่วยรับประกันคุณภาพ ผลผลิตต่อไร่สูงและมีเชื้อแป้งดีตรงตามมาตรฐาน ลดความเสี่ยงขาดทุน ได้แก่ เกษตรศาสตร์50 ห้วยบง60 ระยอง 72 เป็นต้น เลือกพันธุ์ตามศักยภาพของดิน เลือกพันธุ์ตามการปฏิบัติ หรือตามระยะเวลาที่เกษตรกรต้องการเก็บเกี่ยว และเลือกพันธุ์ที่ทนทาน/ต้านทานต่อโรคและแมลงตามพื้นที่ปลูก ช่วยลดต้นทุนสารเคมี และลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียผลผลิต
นอกจากนี้ก่อนนำท่อนพันธุ์ไปปลูก เกษตรกรควรพิจารณาลักษณะของท่อนพันธุ์มันสำปะหลังที่พร้อมปลูกคือ ตรงตามพันธุ์ไม่มีพันธุ์อื่นปน เป็นท่อนพันธุ์จากส่วนกลางของลำต้นที่มีอายุระหว่าง 8 – 14 เดือน ขนาดท่อนพันธุ์ยาว 15-20 เซนติเมตรและมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เซนติเมตรขึ้นไป มีตาอย่างน้อย 7-10 ตาต่อท่อน ส่วนของตาไม่มีความเสียหายจากสารกำจัดวัชพืช หรือการปฏิบัติทางการเกษตรอื่น ไม่มีรอยไหม้จากการตากแดด ไม่มีการทำลายของโรคและแมลง รวมถึงควรใช้ท่อนพันธุ์ที่ใหม่สด หรือเก็บรักษาไว้ในระยะเวลาสั้นที่สุด ไม่เกิน 7-15 วัน เพื่อรักษาคุณภาพและให้ผลผลิตสูงอีกด้วย








