สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน (War Room) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) ได้รับรายงานด่วนจาก ว่าที่ร้อยตรี สิทธิศักดิ์ ฉันสิมา หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่จริม ถึงผลการปฏิบัติการเข้าตรวจสอบและระงับเหตุจุดความร้อน (Hotspot) ระหว่างวันที่ 29-30 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยพบการเกิดไฟป่ากระจายตัวในพื้นที่รับผิดชอบ 3 อำเภอสำคัญ ได้แก่ อ.ฟากท่า อ.น้ำปาด และ อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ส่งผลให้ผืนป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังถูกเปลวเพลิงเผาผลาญเสียหายรวมแล้วกว่า 245 ไร่
หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่จริม เปิดเผยรายละเอียดการลงพื้นที่ว่า จุดแรกเกิดขึ้นบริเวณป่าห้วยแจ๋ว ต.สองคอน อ.ฟากท่า เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าภูเวียงและชุดเฝ้าระวังรวม 7 นาย ต้องระดมเครื่องเป่าลมเข้าสกัดไฟท่ามกลางอากาศร้อนจัด จนสามารถดับไฟได้สำเร็จในเวลา 18.00 น. พบร่องรอยความเสียหายไว้ราว 50 ไร่
ขณะเดียวกันในพื้นที่ ต.ท่าแฝก อ.น้ำปาด เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่างอมถ้ำ พร้อมราษฎรอาสา ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อคุมเพลิงในเขตป่าขุนห้วยงอมถ้ำ ซึ่งมีความเสียหายถึง 70 ไร่ โดยมีอุปสรรคสำคัญคือ สภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชันและกระแสลมแรงที่ทำให้ไฟลามไปอย่างรวดเร็ว ส่วนที่ อ.บ้านโคก บริเวณป่าห้วยโป่งเปือย เจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงที เสียหายไป 25 ไร่
อย่างไรก็ตาม หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่จริม ระบุเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีการตรวจพบจุดความร้อนเพิ่มอีก 2 จุด บริเวณป่าขุนห้วยงอมสัก อ.น้ำปาด ซึ่งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้เร่งเดินเท้าเข้าพื้นที่สกัดกั้นเพลิงที่ลามไปแล้วกว่า 100 ไร่ โดยล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนระอุและลมกระโชกแรงตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสาเหตุหลักของไฟป่าทั้ง 4 จุด เกิดจากการลักลอบจุดไฟเพื่อ “เก็บหาของป่า” ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานทุกภาคส่วนให้เฝ้าระวังอย่างเข้มงวดและขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาป่าในช่วงวิกฤตนี้อย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติของชาติไว้








