คมนาคมอำนวยความสะดวกเดินทางช่วงสงกรานต์ 2569 “Smart Travel” ตั้งเป้าลดสูญเสีย 5%

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนแผนการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 – 19 เม.ย. 69 รวม 10 วัน ภายใต้หัวข้อการรณรงค์ “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” โดยตั้งเป้าลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บบนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคม ต้องไม่น้อยกว่า 5%

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมได้ร่วมกันให้บริการฟรีแก่พี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประกอบด้วย การยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้แก่ ทางพิเศษบูรพาวิถีและทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) รวม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. เวลา 00.01 น. – 16 เม.ย. 69 เวลา 24.00 น. และทางพิเศษอุดรรัถยา ทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช รวม 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. เวลา 00.01 น. – 15 เม.ย. 69 เวลา 24.00 น. นอกจากนี้ ยังได้ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง (ทล.) 3 เส้นทาง ได้แก่ มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (กรุงเทพฯ – เมืองพัทยา) มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน – บางพลี และตอนพระประแดง – บางแค ช่วงพระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน) และมอเตอร์เวย์หมายเลข 81 (บางใหญ่ – กาญจนบุรี) รวม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 – 16 เม.ย. 69 อีกทั้งเปิดให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางของพี่น้องประชาชน ได้แก่ มอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ตลอดเส้นทาง จากบางปะอิน – นครราชสีมา โดยช่วงบางปะอิน – ปากช่อง จะให้ใช้เป็นขาออกกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10 – 13 เม.ย. 69 และเป็นขาเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14 – 19 เม.ย. 69 และช่วงปากช่อง – นครราชสีมา สามารถใช้ได้ทั้งขาออกและขาเข้า และเปิดให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ระยะทาง 10 กิโลเมตร

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และภาคีเครือข่ายได้เปิดให้บริการตรวจเช็กสภาพรถฟรีสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งสิ้น 29 แห่ง โดยดำเนินการที่สถานเอกชนที่ติดป้ายตรวจรถฟรีขับขี่ปลอดภัย โครงการอาชีวะขนส่งอาสาดำเนินการตรวจรถและบริการอำนวยความสะดวกระหว่างทาง 150 แห่ง ทั่วประเทศ รวมถึงได้ตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกในการเดินทางที่สถานีขนส่งและจุดจอด Rest Area 219 แห่ง ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 9 – 19 เม.ย. 69 นอกจากนี้ ขบ. ได้เผยแผนรับมือราคาน้ำมันผันผวน ปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร 5 สตางค์ ต่อที่นั่งต่อกิโลเมตร ตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 69 พร้อมหาสูตรการปรับราคาค่าโดยสารที่สามารถปรับขึ้น – ลงได้ตามสภาพเศรษฐกิจหรือราคาน้ำมัน เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ประสานบริษัท ขนส่ง จำกัด ตรึงราคาตั๋วรถโดยสารประจำทางราคาเดิมจนถึงวันที่ 19 เม.ย. 69 รวมถึงประชาชนที่ได้สำรองซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าไว้แล้ว จะยังคงจ่ายในราคาเดิมโดยไม่มีการเรียกเก็บส่วนต่างเพิ่มและจะต้องไม่มีการยกเลิกตั๋วที่ได้สำรองไปก่อนหน้านี้ เพื่อให้ประชาชนมีรถโดยสารเดินทางในช่วงเทศกาลอย่างเพียงพอ ช่วยส่งมอบความสุขให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านได้อย่างสบายใจ

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานหยุดกิจกรรมการก่อสร้างและคืนพื้นผิวบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง เพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างในเส้นทางเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางในเวลากลางคืน การลดและปิดจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ เฝ้าระวังจุดเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนและบริหารจัดการจราจรบนเส้นทางจราจรหนาแน่นติดขัด โดยให้หน่วยงานติดตามปริมาณจราจรตลอดเวลา เน้นบริหารจัดการจราจรเชิงรุก ระบายการจราจรอย่างทันสถานการณ์ ขอความร่วมมือรถบรรทุกงดวิ่งและจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เพื่อให้บริการประชาชน

เนื่องจากวันผู้สูงอายุแห่งชาติ 13 เม.ย. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้มีการยกเว้นค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 4 สาย ได้แก่ สายสีม่วง สายสีน้ำเงิน สายสีเหลือง และสายสีชมพู ให้แก่ผู้โดยสารที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ระหว่างวันที่ 13 – 15 เม.ย. 69 ตลอดระยะเวลาให้บริการ ขณะที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพให้ขึ้นรถเมล์ฟรีทุกประเภท ในวันที่ 13 เม.ย. 69

นอกจากนี้ กรมท่าอากาศยานได้ให้ท่าอากาศยานทุกแห่งประสานความร่วมมือผู้ประกอบการจัดรถรับ – ส่งผู้โดยสารให้เพียงพอทุกเที่ยวบิน ในส่วนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เปิดให้บริการจอดรถฟรี ณ ลานจอดรถระยะยาว โซน C ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 11 เม.ย. – เวลา 24.00 น. ของวันที่ 15 เม.ย. 69 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ รวมถึงได้จัดรถ Shuttle Bus สาย A บริการรับ – ส่งระหว่างลานจอดรถระยะยาวโซน C และอาคารผู้โดยสาร โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม กล่าวทิ้งท้ายว่า ได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานในเรื่องของการให้บริการพี่น้องประชาชน ที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้าง คุมเข้มเรื่องค่าโดยสารต้องไม่มีการโกงราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีเพียงพอตั้งแต่ต้นทางขาออกจากกรุงเทพฯ และขากลับจากต่างจังหวัดในทุกภูมิภาค ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการเดินทางและแจ้งอุบัติเหตุได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม สายด่วน 1356 และทางแอปพลิเคชัน อาทิ M Traffic สำหรับเดินทางบน Motorway / Thailand Highway Traffic สำหรับเดินทางบนทางหลวงทั่วประเทศ NAMTANG สำหรับเดินทางเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สายด่วนและ Website ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ประชาสัมพันธ์แนะนำทางลัดทางเลี่ยง การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนน เช่น ภายในสถานีขนส่ง บริการจุดพักรถ จุดตรวจสภาพรถ จุดบริการประชาชน เป็นต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง