นายกฯ หารือแกนนำพรรคเพื่อไทย ถึงทิศทางการทำงานร่วมกันในหลายเรื่อง เชื่อหลังจากนี้จะราบรื่น เพราะเป็นคนคุ้นเคย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการรับประทานอาหารกลางวัน กับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ใช้เวลาประมาณกว่า 1 ชั่วโมง ว่า ได้พูดคุยหารือถึงแนวทางการทำงานร่วมกันในหลายเรื่อง ซึ่งทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยมีพื้นฐานเคยร่วมงานกันมา คิดว่าเมื่อรัฐบาลชุดใหม่ได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณและเริ่มงานแล้ว การทำงานก็จะเป็นไปด้วยความราบรื่น ซึ่งในสถานการณ์นี้ ตนเอง นายยศชนัน และนายจุลพันธ์ ไม่ใช่คนใหม่ เพราะคุ้นเคยกันมาก่อน ในสมัยที่ตนเองอยู่กระทรวงสาธารณสุข ในห้วงที่เกิดโควิด – 19 ได้นายยศชนัน มาช่วยให้คำแนะนำหลายอย่าง ขณะเดียวกันนายยศชนัน จะกำกับดูแลกระทรวงทั้งหมดที่พรรคเพื่อไทยดูแล รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ในสำนักนายกรัฐมนตรี

ส่วนในการพูดคุยมีนโยบายใดที่จะทำเร่งด่วนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นโยบายในทุกเรื่องของแต่ละพรรค เป็นเรื่องที่ต้องทำทันทีอยู่แล้ว ซึ่งภาพรวมการพูดคุยจะเป็นการทำงานร่วมกัน โดยได้พูดคุยกันถึงเรื่องที่ไม่เข้าใจกันในก่อนหน้านี้ ว่า มีปัจจัยอะไร แต่จากนี้ไปหวังว่าคงจะไม่มี เพราะตอนนี้เราเปิดเส้นทางตรง ไม่ว่ารัฐมนตรีคนใดในพรรคเพื่อไทย มีเรื่องอะไรก็สามารถมาพูดคุยกับตนเองได้ตลอดเวลา ไม่ได้จะเจอกันแค่เฉพาะวันอังคาร ซึ่งได้บอกไปแล้ว ว่า หากมีอะไรสามารถโทรศัพท์มาหาตนเอง หรือมาหาได้เลย ไม่ต้องส่งข้อความทางไลน์มาก็ได้ เราทำงานโดยยึดผลของงานเป็นเป้าหมาย

นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ในการลงพื้นที่ก็จะเชิญชวนแกนนำของพรรคร่วมรัฐบาลไปด้วย พร้อมทั้งได้แจ้งให้ทราบแล้ว ว่า ทุกวันจันทร์จะมีประชุมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ซึ่งในสายงานของนายยศชนัน ที่มีทั้งกระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง อว. ที่มีความสำคัญ เป็นปัจจัยหนึ่งกับเรื่องเศรษฐกิจ 

สำหรับการพิจารณายกเลิก MOU 44  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องนโยบายที่จะแถลง ซึ่งก็จะหารือกัน แต่ถ้าเรามาอยู่ร่วมรัฐบาลกันแล้ว นโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลก็จะต้องนำมาปฏิบัติด้วย โดยเบื้องต้นได้ประสานไปยังประธานรัฐสภาแล้วถึงการเตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งได้รับการแจ้งกลับมา ว่า จะให้ก่อนสงกรานต์ ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาที่จะไปกำหนดวัน แต่ภายหลังการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ก็จะนัดหมายประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ เพื่อให้ความเห็นชอบร่างนโยบายและเสนอต่อไปยังรัฐสภา โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็ต้องเร่งจัดพิมพ์ รวมถึงจัดส่งไฟล์ทางออนไลน์ เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาได้ศึกษา และอภิปราย ซึ่งก็จะทันเวลา

ด้านนายยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกฝ่ายมีความพร้อมในการทำงาน ขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดย นายกรัฐมนตรี ได้ชวนหารือถึงทิศทางและแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน ควบคู่กับการลดความขัดแย้ง สิ่งสำคัญคือ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยเมื่อเข้ามาทำหน้าที่ ควรแยกประเด็นทางการเมืองออกจากการทำงานของรัฐบาล เพราะการทำงานในนามรัฐบาล คือ จากภาษีจากประชาชน  ไม่สามารถขัดแย้งได้ รวมถึงเวลาจะตอบคำถามในหลายประเด็น ก็ต้องตอบที่เกี่ยวกับรัฐบาล อีกทั้งสถานการณ์โลกมีความอ่อนไหวและไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จึงต้องช่วยกันบริหารจัดการให้ดี

สำหรับระยะเวลาการทำงานของรัฐบาล จะครบวาระ 4 ปีหรือไม่นั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกฝ่าย เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเมือง  ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนานาประเทศ และเอื้อต่อการลงทุน โดยจะช่วยให้ประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ขณะที่ประเด็นข้อเสนอให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ MOU 44 นั้น นายยศชนัน ระบุว่า เป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหวและกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน จึงจำเป็นต้องพิจารณาในภาพรวมอย่างรอบด้าน

ส่วนนโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” นายยศชนัน ชี้แจงว่า เป็นแนวคิดที่เคยนำเสนอในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง แต่การกำหนดนโยบายของรัฐบาลจะต้องสอดคล้องกับการแถลงต่อรัฐสภาและกรอบงบประมาณ  อีกทั้งในปัจจุบันเราไม่ได้เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล จึงต้องเคารพสิทธิ์และบทบาทของพรรคแกนนำในการกำหนดนโยบาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง