สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยค่าฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและทัศนวิสัยในการมองเห็นอย่างชัดเจน
รายงานการตรวจวัดคุณภาพอากาศพบว่า พื้นที่ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงถึง 216.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 327 ซึ่งอยู่ในระดับสีม่วง มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ขณะที่ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ วัดค่าได้ 203.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือ 313 AQI และในเขตตัวเมืองเชียงรายบริเวณตำบลเวียง วัดค่าได้ 169.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือ 279 AQI
จากสภาพอากาศดังกล่าว ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงอย่างมาก โดยมองเห็นได้ไม่เกิน 2 กิโลเมตร และมีหมอกควันปกคลุมทั่วบริเวณ บรรยากาศโดยรวมมืดครึ้ม ประชาชนเริ่มมีอาการระคายเคือง เช่น คัดจมูก คันผิวหนัง และในบางรายมีเลือดกำเดาไหลร่วมกับน้ำมูกที่ข้นเหนียว
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงรายได้ออกประกาศเตือนภัยด้านสุขภาพ ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และควรพักอาศัยอยู่ภายในอาคารที่ปิดมิดชิด หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้สวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 เพื่อป้องกันฝุ่นละอองเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ
สำหรับกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจหรือโรคหัวใจ ควรเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด หากพบอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือระคายเคืองดวงตารุนแรง ให้รีบเข้ารับการรักษาพยาบาลโดยทันที
นอกจากนี้ ทางการยังขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่ง เพื่อลดการสะสมของฝุ่นควันในช่วงสภาพอากาศปิด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ฝุ่นละอองทวีความรุนแรงในขณะนี้








