ในบรรดาความหลากหลายทางชีวภาพของผืนป่าไทย มีพรรณไม้ชนิดหนึ่งที่ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศนั่นคือ “เครือเทพรัตน์” หรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า 𝘛𝘩𝘦𝘱𝘱𝘢𝘳𝘢𝘵𝘪𝘢 𝘵𝘩𝘢𝘪𝘭𝘢𝘯𝘥𝘪𝘤𝘢 𝘗𝘩𝘶𝘱𝘩. ซึ่งเป็นพืชที่ถูกค้นพบในประเทศไทย
โดยชื่อสกุล “Thepparatia” นั้นได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ตั้งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่องานด้านพฤกษศาสตร์ไทยอย่างหาที่สุดมิได้
ส่วนคำระบุชนิด “thailandica” ก็เป็นการประกาศก้องถึงถิ่นกำเนิดในแผ่นดินไทย โดยพรรณไม้ชนิดนี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่สู่บรรณพิภพพฤกษศาสตร์โลกเป็นครั้งแรกในวารสาร Thai Forest Bulletin (Botany) เมื่อปี พ.ศ. 2549 จากตัวอย่างพรรณไม้ต้นแบบที่เก็บรักษาไว้ ณ หอพรรณไม้ (BKF) ซึ่งถูกค้นพบครั้งแรกในพื้นที่อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
หากพิจารณาจากลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เครือเทพรัตน์จัดเป็นไม้เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่ที่มีความสง่างาม ลำเถาของมันสามารถเลื้อยพาดพันไปตามเรือนยอดไม้สูงได้ถึง 20 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นที่หนาแน่นถึง 10–15 เซนติเมตร ความโดดเด่นของมันอยู่ที่ใบซึ่งเรียงเวียนสลับกันเป็นรูปฝ่ามือ มีแฉกตื้นๆ ประมาณ 3–5 แฉก และมีขนรูปดาวกระจายอยู่ทั่วไปตามก้านใบและแผ่นใบ
เมื่อถึงฤดูกาลผลิดอก เราจะเห็นช่อดอกแบบช่อกระจะทิ้งตัวลงมาตามปลายกิ่งอย่างงดงาม โดยแต่ละช่อมีความยาวถึง 20–30 เซนติเมตร ดอกมีสีเหลืองอ่อนนวลหรือสีครีมที่ดูสะอาดตา ตัดกับแถบสีแดงเข้มที่พาดผ่านกลางกลีบดอกรูปไข่กลับ ปลายกลีบดอกมักม้วนออกดูชดช้อย พร้อมด้วยอับเรณูรูปเกือกม้าที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว
สิ่งที่ทำให้เครือเทพรัตนมีความพิเศษและควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างยิ่ง คือ การเป็น “พืชถิ่นเดียวของไทย” (Endemic Species) ซึ่งหมายความว่าสามารถพบได้เพียงแห่งเดียวในโลกที่ประเทศไทยเท่านั้น โดยกระจายตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดตาก บริเวณใกล้ชายแดน และจังหวัดเชียงใหม่ในเขตดอยเชียงดาว มักพบขึ้นตามหุบเขาที่ลาดชันใกล้ลำธารหรือตามเขาหินปูนในสภาพป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ที่ระดับความสูงประมาณ 350–700 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงแต่บอกเล่าถึงความสวยงามของพรรณไม้ แต่ยังย้ำเตือนถึงความสำคัญของการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ เพื่อให้ “เครือเทพรัตน์” ยังคงทำหน้าที่เป็นมรดกทางธรรมชาติอันล้ำค่าคู่กับผืนป่าไทยสืบต่อไป.
ที่มาและข้อมูลอ้างอิง หอพรรณไม้ (Forest Herbarium – BKF) และวารสาร Thai Forest Bulletin (Botany) 34: 195–200. (2006).
โดย ลดาวัลย์ ผู้พัฒนพงศ์








