นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนมักรวมตัวทำกิจกรรมและเดินทางออกนอกพื้นที่เป็นจำนวนมาก จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงในการนำโรคไข้เลือดออกไปสู่ชุมชน เนื่องจากผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต ขอให้ประชาชนป้องกันตนเองและคนในครอบครัวจากการถูกยุงกัด โดยใช้ยากันยุง หรือสเปรย์กันยุง อาศัยอยู่ในห้องที่มีมุ้งลวด นอนในมุ้ง หลีกเลี่ยงมุมอับที่เป็นแหล่งเกาะพักของยุงลาย จัดการสิ่งแวดล้อมไม่ให้ยุงลายมีที่วางไข่ ตามหลัก “3 เก็บป้องกัน 3 โรค” คือ เก็บบ้าน ให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายมีที่เกาะพัก ,เก็บน้ำ ปิดภาชนะให้มิดชิด เพื่อไม่ให้ยุงลายลงไปวางไข่ เปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน หรือใส่ทรายกำจัดลูกน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้ำกลายเป็นยุง และ เก็บขยะ หรือเศษภาชนะที่เป็นแหล่งขังน้ำไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ซึ่งจะสามารถป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลายได้ทั้ง 3 โรคคือ โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา
นอกจากนี้ ผู้ป่วยไข้เลือดออก ควรใช้ยาทากันยุง เพื่อป้องกันการส่งต่อเชื้อไข้เลือดออกให้กับคนอื่นๆ ในครอบครัว หรือในชุมชน นอกจากนี้ยังขอเน้นย้ำให้ประชาชนเฝ้าระวังอาการหลังจากเทศกาลสงกรานต์ หากมีไข้สูงเฉียบพลันมากกว่า 2 วัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกระบอกตา อาเจียน ปวดท้องรุนแรง เบื่ออาหาร หรือมีผื่นแดงตามร่างกาย รับประทานยาพาราเซตามอล หากไข้ไม่ลด ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาลดไข้กลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโครฟีแนก แอสไพริน รวมถึงยาชุดเพราะหากป่วยเป็นไข้เลือดออกจะมีผลให้เลือดออกในช่องทางเดินอาหาร ยากต่อการรักษา เสี่ยงต่อการเสียชีวิต หากมีอาการรุนแรง เช่น อาเจียนมาก เลือดออกตามไรฟัน จุดเลือดออกตามผิวหนัง หรือซึมลง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่โรงพยาบาลทันที








