สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) และภาคีเครือข่าย แถลงข่าวรณรงค์ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์นี้ ดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง” เพื่อสร้างความตระหนักรู้และลดพฤติกรรมเสี่ยงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของคนไทยที่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนาและใช้เวลาร่วมกับครอบครัว แต่ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจากพฤติกรรมดื่มแล้วขับ ซึ่งยังคงเป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน
สสส. จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายดำเนินการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักว่า ทุกการตัดสินใจหลังการดื่มสุรา อาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่อาจย้อนกลับได้ พร้อมเน้นย้ำว่า อุบัติเหตุทางถนนเป็นความสูญเสียที่สามารถป้องกันได้ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ ได้ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชน ผ่านการจัดตั้งพื้นที่ต้นแบบชุมชนปลอดภัย สนับสนุนด่านชุมชนในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง และการดำเนินงานเชิงรุกก่อนเกิดเหตุ เพื่อสร้างกลไกเฝ้าระวังในระดับพื้นที่อย่างเข้มแข็ง พร้อมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง แม้เป็นการเดินทางระยะใกล้ เพื่อลดความรุนแรงของการบาดเจ็บและการสูญเสีย
ขณะเดียวกัน นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวว่า การรณรงค์ในปีนี้ให้ความสำคัญกับพลังของคนในพื้นที่ โดยมีนักสื่อสารในหลายจังหวัดร่วมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ และสื่อออนไลน์ รวมถึงช่องทางชุมชน เช่น หอกระจายข่าวและเสียงตามสาย เพื่อให้การสื่อสารเข้าถึง เข้าใจ และสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้จริง
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นให้ประชาชนมีบทบาทเป็นทั้ง “ผู้รับสาร” และ “ผู้ส่งสาร” ร่วมกันสื่อสารเตือนภัยในชุมชน ภายใต้แนวคิด “ดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง” โดยเชื่อว่าการสื่อสารจากคนใกล้ตัวสามารถช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ทุกภาคส่วนยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการดื่มแล้วขับ เพื่อร่วมกันสร้างวัฒนธรรมสงกรานต์วิถีไทยที่ปลอดภัย ปลอดเหล้า และลดการสูญเสีย เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับบ้านและใช้เวลาร่วมกับครอบครัวได้อย่างปลอดภัย








