นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 1 เมษายน 2569 จังหวัดเชียงรายพบจุดความร้อนสะสมจำนวน 1,253 จุด คิดเป็นร้อยละ 4.33 ของพื้นที่ภาคเหนือ และเป็นจังหวัดที่มีจุดความร้อนน้อยที่สุดในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน สะท้อนถึงประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมไฟป่าในพื้นที่
ทั้งนี้ เฉพาะวันที่ 1 เมษายน 2569 พบจุดความร้อนเพียง 37 จุด ลดลงจากวันที่ 31 มีนาคม 2569 ซึ่งพบ 156 จุด คิดเป็นการลดลงร้อยละ 76 ภายในวันเดียว แสดงให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ของมาตรการ “หยุดเผา” การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งผู้นำชุมชน เกษตรกร และเครือข่ายภาคประชาชน ที่ร่วมมือกันลดการเผา โดยเฉพาะช่วงวันที่ 20-27 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งไม่พบจุดความร้อนต่อเนื่องถึง 8 วัน ถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ของพลังความร่วมมือในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ไฟป่าจะคลี่คลายลง แต่ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ยังคงอยู่ในระดับที่น่ากังวล โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Suomi VIIR พบว่า สาเหตุหลักมาจากหมอกควันข้ามแดน โดยในช่วงเวลาเดียวกัน ประเทศเมียนมามีจุดความร้อนสูงถึง 204,371 จุด และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 59,233 จุด ขณะที่จังหวัดเชียงรายมีเพียง 1,253 จุด
ในการแก้ไขปัญหา จังหวัดเชียงรายได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดทำแนวกันไฟตามแนวชายแดน การประสานความร่วมมือผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (TBC) และการเตรียมใช้กลไกทางการทูตเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ได้ส่งเสริมแนวทาง “ชุมชนจัดการไฟ” เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล ลดการเผาในพื้นที่ป่าและเกษตรกรรม เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคตอย่างยั่งยืน
ในด้านการดูแลสุขภาพ จังหวัดได้ดำเนินมาตรการภายใต้นโยบาย “สุขภาพต้องมาก่อน (Health First)” โดยแจกจ่ายหน้ากากอนามัยเกือบ 300,000 ชิ้น จัดตั้งห้องปลอดฝุ่นกว่า 457 แห่ง และดูแลกลุ่มเปราะบางกว่า 150,000 คน อย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่ติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ได้ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง งดออกกำลังกายภายนอกอาคารในช่วงค่าฝุ่นสูง และติดตามข้อมูลจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว
ทุกหน่วยงานยังคงปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง ทั้งการควบคุมไฟป่า ลดแหล่งกำเนิดฝุ่น และดูแลสุขภาพประชาชน โดยการแก้ไขปัญหา PM2.5 จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน








