“เฝ้าระวัง” สู่ “ปฏิบัติการเชิงระบบ” หลังพบเหตุวูบหมดสติ-เสียชีวิตจากการทำกิจกรรมกลางแจ้งต่อเนื่องหลายพื้นที่

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์อากาศร้อนของประเทศไทยมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิสูงร่วมกับความชื้น ทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ยาก เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพในหลายกลุ่ม ทั้งแรงงานกลางแจ้ง ผู้สูงอายุ เด็กนักเรียนและนักท่องเที่ยว โดยภาวะเครียดจากความร้อน (Heat Stress) มักเริ่มจากอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ เหงื่อออกมาก และอาจพัฒนาไปสู่ “โรคลมร้อน (Heat Stroke)” ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ความร้อนยังส่งผลต่อสมาธิ เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้ง ทั้งนี้ กรมอนามัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนด “ดัชนีความร้อน (Heat Index)” เป็นเครื่องมือสำคัญในการเฝ้าระวังและตัดสินใจเชิงปฏิบัติ โดยแบ่งระดับความเสี่ยงเป็น 4 ระดับ ได้แก่ สีเขียว ทำกิจกรรมได้ปกติ แต่ควรดื่มน้ำสม่ำเสมอ สีเหลือง เริ่มเสี่ยง ควรลดกิจกรรมกลางแดด สีส้ม เสี่ยงสูง ควรหลีกเลี่ยงแดดและปรับเวลา และสีแดง อันตรายมาก ควรหยุดกิจกรรมกลางแจ้งทันที ทั้งนี้ การติดตามค่าดัชนีความร้อนควบคู่กับพยากรณ์อากาศ จะช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนและป้องกันตนเองได้อย่างเหมาะสม ก่อนเกิดอันตรายต่อสุขภาพ

ด้าน ดร.จิตติมา รอดสวาสดิ์ ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กล่าวว่า ดัชนีความร้อนเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนความเสี่ยงด้านสุขภาพจากสภาพอากาศร้อน โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดแนวทางดูแลทั้งระบบ ตั้งแต่การเฝ้าระวัง การดูแลกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านบริการทางการแพทย์ พร้อมเน้นย้ำให้ดำเนินมาตรการควบคู่ทั้ง “คน” และ “สิ่งแวดล้อม” เช่น การจัดพื้นที่คลายร้อน พื้นที่ สีเขียว ในบ้าน ชุมชน สถานประกอบการ หรือสถานที่จัดกิจกรรม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากความร้อน ทั้งนี้ กรมอนามัยย้ำว่า “ความร้อนเป็นภัยเงียบที่ป้องกันได้” หากใช้ข้อมูลดัชนีความร้อนเป็นฐานในการตัดสินใจและกำหนดมาตรการอย่างเป็นระบบ จะช่วยลดการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ และการเสียชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า กิจกรรมทางกายที่มีความหนักหรือทำกลางแดดจัด เช่น การออกกำลังกายกลางแจ้ง งานใช้แรง หรือกีฬาบางประเภท อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากความร้อน โดยเฉพาะช่วงอุณหภูมิสูงต่อเนื่อง จึงแนะนำให้ปรับรูปแบบกิจกรรม เช่น ลดความหนัก หลีกเลี่ยงช่วงแดดจัด เลือกทำช่วงเช้าหรือเย็น และเฝ้าระวังอาการผิดปกติของร่างกายอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน สถานประกอบการควรมีมาตรการลดความเสี่ยง เช่น ลดเวลาทำงานกลางแดด จัดช่วงพักให้เหมาะสม จัดน้ำดื่มและพื้นที่ร่มเงา รวมถึงพิจารณาหยุดกิจกรรมในช่วงที่มีความเสี่ยงสูง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง