สธ. ส่งคลินิกเคลื่อนที่ Me & U คัดกรองสุขภาพประชาชนเชิงรุกจากฝุ่น PM2.5 นำร่องที่เชียงใหม่

กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนจากฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีค่าฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐานต่อเนื่อง จัดคลินิกบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมเคลื่อนที่ Me & U นำร่องจังหวัดเชียงใหม่ บริการตรวจคัดกรองสุขภาพเชิงรุก พร้อมให้ความรู้/แจกอุปกรณ์ป้องกันตนเองและออกเยี่ยมบ้าน แนะแจ้งข้อมูลพื้นที่ค่าฝุ่นสูงหรืออาการเจ็บป่วยจากฝุ่นผ่าน Line OA EnvOccLaw “สายลับสู้ฝุ่น”

นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค จัดกิจกรรมคลินิกบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมเคลื่อนที่ (Mobile Environmental Medicine Unit : Me & U) ในพื้นที่เสี่ยงสัมผัสฝุ่น PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จาก เทศบาลเมืองสุเทพ สำนักงานเขตสุขภาพที่ 1 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ สำนักสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลนครพิงค์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน่วยงานในสังกัดกรมควบคุมโรค ร่วมงาน

นายแพทย์สมฤกษ์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชน โดยเมื่อค่าฝุ่นเกิน 75 มคก./ลบ.ม. ติดต่อกัน 3 วัน ให้จัดบุคลากรสาธารณสุขและ อสม. ออกคัดกรองสุขภาพเชิงรุก เพื่อค้นหาผู้ได้รับผลกระทบและให้การดูแลอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากสถานการณ์หมอกควันไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือยังคงรุนแรงมากกว่า 1 สัปดาห์ ส่งผลให้มีค่าฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐานต่อเนื่อง จึงได้จัดคลินิกบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมเคลื่อนที่ (Mobile Environmental Medicine Unit : Me&U) เพื่อเพิ่มความครอบคลุมในการตรวจคัดกรองสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเฉลี่ย 24 ชั่วโมง สูงเกิน 75 มคก./ลบ.ม. ติดต่อกันเกิน 3 วัน, มีกลุ่มเปราะบางอาศัยอยู่หนาแน่น และมีสถิติการป่วยด้วยโรคที่อาจเกิดจากฝุ่น PM2.5 สูง โดยนำร่องที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแห่งแรก ทั้งนี้ หากตรวจพบอาการผิดปกติหรือโรคจากการรับสัมผัสฝุ่น PM2.5 จะต้องมีการรายงานและสอบสวนโรค ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562 เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการป้องกันการเจ็บป่วยจากฝุ่น PM2.5 ที่รวดเร็วและเหมาะสมต่อไป

ด้านนายแพทย์มณเฑียร กล่าวว่า กิจกรรมของคลินิกบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมเคลื่อนที่ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1. การเปิดจุดบริการตรวจคัดกรองสุขภาพประชาชน อาทิ ซักประวัติการสัมผัสฝุ่น PM2.5 อย่างละเอียดด้วยแบบสอบถาม ตรวจสมรรถภาพปอด ตรวจภาพถ่ายรังสีทรวงอก ตรวจประเมินภาวะตาแห้ง และกิจกรรมส่งเสริมความรู้ ได้แก่ สาธิตการใช้เครื่องฟอกอากาศและเครื่องตรวจวัดฝุ่น ให้คำแนะนำการเลือกหน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง พร้อมแจกหน้ากากอนามัยประสิทธิภาพสูง (KN95) น้ำตาเทียม ยารักษาอาการแพ้ และ 2. การลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและคัดกรองสุขภาพประชาชน ทั้งนี้ ในช่วงที่มีค่าฝุ่นสูง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย เพื่อป้องกันและดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างทันท่วงที และสามารถแจ้งข้อมูลพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงหรือรายงานอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นจากฝุ่นได้ทาง Line OA EnvOccLaw “สายลับสู้ฝุ่น” ของกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ข่าวที่เกี่ยวข้อง