กระทุ่ม ยักษ์แห่งป่าริมน้ำ ไม้โตเร็ว กิ่งแต่ละกิ่งออกตั้งฉากกับลำต้น ราวกับสถาปัตยกรรมธรรมชาติ

ในบรรดาไม้ต้นของไทย กระทุ่มถือเป็นหนึ่งในไม้โตเร็วที่สุด พุ่งสูงได้ถึง 45 เมตร เสียดฟ้าเหนือเรือนยอดป่า กิ่งแต่ละกิ่งออกตั้งฉากกับลำต้นอย่างเป็นระเบียบ ราวกับสถาปัตยกรรมธรรมชาติที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ใบใหญ่รูปไข่ยาว 12–25 ซม. เรียงตรงข้ามเป็นคู่ๆ ด้านล่างของใบมีขนละเอียดนุ่มมือ

สิ่งที่ทำให้กระทุ่มเป็นที่จดจำคือ ดอกทรงกลมขนาดกำปั้น เส้นผ่านศูนย์กลาง 4–5 ซม. ประกอบด้วยดอกเล็กสีครีมรูปดอกเข็มนับร้อยดอกอัดแน่นเป็นกระจุก โผล่ออกมาเดี่ยว ๆ ที่ปลายกิ่ง ดอกแต่ละดอกมีเกสรผู้ยื่นพ้นปากหลอดเล็กน้อย ให้ดูเหมือนลูกบอลที่มีขนปุยและที่สำคัญมีกลิ่นหอมอบอวล เมื่อดอกกลายเป็นผล จะรวมตัวกันเป็นกระจุกทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 3–4 ซม. ภายในแบ่งเป็นผลย่อยนับพัน แต่ละผลเล็กเพียง 3 มม. บรรจุเมล็ดรูปสามเหลี่ยมจิ๋ว

ชื่อ “กระทุ่ม” ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ สืบทอดมาจากคำในภาษาบาลีว่า “กทัมพ” สะท้อนให้เห็นว่าต้นไม้ชนิดนี้เป็นที่รู้จักในอนุทวีปอินเดียมาแต่โบราณ ในขณะที่ชื่อสกุล Neolamarckia นั้นสันนิษฐานว่าได้แรงบันดาลใจจากความคล้ายคลึงของเมล็ดกับหญ้าในสกุล Lamarckia

เนื้อไม้กระทุ่มมีคุณสมบัติที่น่าสนใจ  เบา ละเอียดและโตเร็ว จึงกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับ อุตสาหกรรมเยื่อกระดาษและนิยมปลูกเป็นไม้สวนป่าอย่างแพร่หลาย ด้วยความที่โตเร็วผิดปกติ จึงได้รับฉายาว่า “ตะกูยักษ์” ในหลายพื้นที่

กระทุ่มกระจายพันธุ์กว้างขวาง ตั้งแต่อินเดีย เนปาล จีน ไปจนถึงนิวกินี ชอบขึ้นตามชายป่า ริมลำธารและหุบเขา ที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,300 เมตร

ชื่ออื่นที่น่าสนใจ ตุ้มหลวง (ภาคเหนือ) · ตุ้มขี้หมู (ภาคใต้) · ทุ่มพราย (ขอนแก่น) · แคแสง (ชลบุรี) · Kadam (อินเดีย)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง