บอร์ด กคพ. เคาะรับคดีกักตุนน้ำมันเป็นคดีพิเศษ

พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ในวันนี้ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกำหนดรายละเอียดความผิดที่เกี่ยวข้องกับ กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล, อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บัญชีม้า) และกฎหมายการซื้อขายล่วงหน้า ให้เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ // นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติ (คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3) เห็นชอบให้ดำเนินคดีกับผู้ค้าน้ำมันที่กระทำผิดทางอาญา โดยอ้างอิงนิยามตามกฎหมายการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กรมสอบสวนคดีพิเศษจะจัดตั้งคณะพนักงานสอบสวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค ตามเงื่อนไขสำคัญที่จะรับเป็นคดีพิเศษ ดังนี้ ต้องเป็นการกระทำของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 (รวมถึงผู้ค้าน้ำมันที่ไม่ได้จดทะเบียนด้วย) // มีลักษณะการทำงานเป็นขบวนการ มีความซับซ้อน หรือส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชนและภาคอุตสาหกรรม // ช่วงเวลาการกระทำผิด: เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะสงบ

สำหรับการทำงานในช่วงแรก จะนำคดีน้ำมันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมาเป็นคดีนำร่อง ซึ่งเป็นกรณีที่พาณิชย์จังหวัดแจ้งความร้องทุกข์ไว้ เนื่องจากพบความผิดปกติเข้าข่าย การปฏิเสธการจำหน่าย หรือประวิงเวลาขนส่งน้ำมัน โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะออกหมายเรียกพยาน ทั้งบริษัทคลังน้ำมันและผู้ค้ารายใหญ่ เพื่อรวบรวมหลักฐานมาพิจารณาต่อไป

นอกจากนี้ ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ระบุว่า จากการตรวจสอบเรือขนส่งน้ำมัน 99 เที่ยว พบความผิดปกติถึง 24 เที่ยว (คิดเป็นปริมาณน้ำมันประมาณ 60 ล้านลิตร) เกี่ยวข้องกับบริษัทเรือไม่เกิน 10 แห่ง พฤติกรรมที่พบคือเรือวิ่งล่าช้าหรือใช้เส้นทางผิดปกติ // หลังจากนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษจะนำข้อมูลจากกรมสรรพสามิต, กรมเจ้าท่า และกรมธุรกิจพลังงาน มาตรวจสอบเปรียบเทียบตัวเลขเพื่อหาว่าน้ำมันที่หายไปถูกยักย้ายไปที่ใด หากพบว่ามีการทุจริต ปลอมแปลงตัวเลข หรือกักตุนสินค้าไว้ในคลังเพื่อชะลอการจำหน่าย กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการตรวจสอบทางกายภาพและไล่ข้อมูลจนถึงที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง