นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมตรวจติดตามการรื้อถอนสายสื่อสาร บริเวณถนนเยาวราช ตั้งแต่แยกทรงสวัสดิ์ ถึงแยกราชวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ ร่วมกับสำนักงาน กสทช. โดยกล่าวว่า การรื้อถอนและจัดระเบียบสายสื่อสาร ไม่ใช่ภารกิจของกรุงเทพมหานครเพียงหน่วยงานเดียว แต่เป็นนโยบายในภาพรวมที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยมีเป้าหมายสำคัญ 2 ประการคือ การลดความรกรุงรังของสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าและการเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน ทั้งนี้ พบว่าสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้ากว่า 80% เป็นสายที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ขณะที่อีกประมาณ 20% ยังใช้งานอยู่ ซึ่งหากไม่มีการรื้อถอนหรือจัดระเบียบ จะส่งผลให้เกิดความไม่เป็นระเบียบของทัศนียภาพเมือง และอาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น ความเสี่ยงจากไฟไหม้ หรือปัญหาในการซ่อมแซมเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง
นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางการดำเนินงานมีทั้งการนำสายไฟฟ้าลงดิน ซึ่งจะทำให้สายสื่อสารต้องลงดินตามไปด้วยและการจัดระเบียบสายบนเสาไฟฟ้าในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถนำลงดินได้ ต้องยอมรับว่าการดำเนินการมีความซับซ้อน เนื่องจากต้องคัดแยกสายที่ยังใช้งาน และมีต้นทุนเพิ่มเติมสำหรับผู้ให้บริการ อย่างไรก็ตาม กทม. จะเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของการนำสายลงดินมีแผนดำเนินการระยะทางประมาณ 79 กิโลเมตร และการจัดระเบียบสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าอีกประมาณ 400–500 กิโลเมตรต่อปี โดยจะทยอยดำเนินการในพื้นที่สำคัญและย่านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กทม. ร่วมกับสำนักงาน กสทช. และภาคีเครือข่าย อาทิ การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ดำเนินโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่ถนนเยาวราช เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายโทรคมนาคมอย่างเป็นระบบ เพิ่มความปลอดภัย และปรับปรุงทัศนียภาพของเมือง โดยกำหนดการดำเนินงานในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.69 ระหว่างเวลา 10.00-14.30 น. เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการจราจรและการค้าขายในพื้นที่ โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 แยกทรงสวัสดิ์-แปลงนาม (2 ฝั่งถนน) ดำเนินการในเดือน เม.ย.69 และช่วงที่ 2 แปลงนาม-แยกราชวงศ์ (2 ฝั่งถนน) ดำเนินการในเดือน พ.ค.69








