นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อภิปราย การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตอนหนึ่งว่า การสู้รบในตะวันออกกลาง เป็นเหตุการณ์ที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งรัฐบาลได้ใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปอุดหนุน และใช้งบประมาณที่เหลืออยู่เข้าไปช่วยลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ในฐานะที่ดูแลกระทรวงการคลัง มีความจำเป็นต้องใช้ทุกเครื่องมือดูแลประชาชนในทุกกลุ่ม โดยด่านแรกที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน คือ กลุ่มขนส่ง เพราะใช้น้ำมันในปริมาณมาก หากสามารถดูแลกลุ่มนี้ได้ ก็จะช่วยบรรเทาราคาสินค้า ซึ่งในการประชุม ครม.นัดพิเศษ วันเสาร์นี้ จะมีการหารือถึงมาตรการที่ดูแลกลุ่มขนส่งอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังต้องดูแลกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มประมง เพราะหากราคาน้ำมันสูงขึ้น อาหารทะเลก็จะแพง และส่งผลกระทบต่อประชาชนตลอดจนภาคการท่องเที่ยว จึงต้องสกัดวิกฤตินี้ก่อนที่จะลุกลาม ควบคู่กับการเตรียมเม็ดเงินดูแลประชาชนกลุ่มอื่นหากสถานการณ์ยืดเยื้อ เพราะหากใช้เม็ดเงินทั้งหมดไปช่วยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ อาจเกิดวิกฤติซ้อนวิกฤติ หรือ วิกฤติเศรษฐกิจเช่นปี 2540
“เราต้องเปลี่ยนวิกฤตินี้ให้เป็นโอกาส และเตรียมพร้อมในระยะยาว เพราะวิกฤติครั้งนี้จะเปลี่ยนเศรษฐกิจโลกในหลายมิติ จากนี้จึงต้องทำให้ส่งเสริมให้คนไทยและภาคธุรกิจก้าวสู่การเปลี่ยนผ่าน ส่งเสริมการทำโซล่าเซลล์ และผลิตน้ำมันจากผลผลิตทางการเกษตรของไทย ให้คนไทยได้มีโอกาสใช้พลังงานสะอาด และส่งผลให้เกษตรกรไทยมีรายได้ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังเตรียมส่งเสริมให้คนไทยใช้ AI หารายได้ โดยในโครงการคนละครึ่งพลัส จะมีการนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์การซื้อขายในแอปพลิเคชันถุงเงิน ให้ร้านค้าเห็นว่าลูกค้าสนใจสินค้าแบบไหนมากที่สุด เพื่อวางแผนการขายได้ตรงจุด”
“สุดท้าย ผมเชื่อว่า ทุกท่านทราบดีว่าวิกฤตครั้งนี้อาจจะรุนแรงกว่าที่คิด เราต้องร่วมกันช่วยคนที่เดือดร้อน เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้ แต่จะทำแค่นี้ไม่พอ จะต้องช่วยให้เขาเติบโตหลังวิกฤต และต้องมีการเปลี่ยนผ่านให้เขาสามารถเป็นคนที่เก่งขึ้น หารายได้และดูแลครอบครัวได้ดีขึ้น ธุรกิจเติบโต ธุรกิจ SMEs จะต้องสามารถเติบใหญ่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ และส่งออกไปต่างประเทศเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน มีรายได้สูงขึ้น ซึ่งผมเชื่อว่าหากเราเปลี่ยนผ่านเขาไปสู่ธุรกิจขนาดใหม่ เขาจะมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงประเทศไทยเช่นกัน“ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวทิ้งท้าย








