กรณีพบซากพะยูนเพศผู้โตเต็มวัย ไม่มีส่วนหัว ความยาวประมาณ 2.20 เมตร น้ำหนักราว 120 กิโลกรัม บริเวณเกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา โดยมีร่องรอยถูกตัดด้วยของมีคม และมีเชือกผูกติดกับหินใต้น้ำ สร้างความสะเทือนใจต่อสังคมอย่างกว้างขวางนั้น
นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมดำเนินการสืบสวนหาผู้กระทำผิดโดยเร่งด่วน
ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยผลการชันสูตรซากพะยูนจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามันตอนบน พบว่า สภาพร่างกายอยู่ในระดับผอมถึงปกติ (BCS 2.5–3/5) มีภาวะอดอาหารเป็นเวลานาน โดยในกระเพาะอาหารพบหญ้าเพียงเล็กน้อย
ผลการตรวจสอบระบุว่า รอยตัดบริเวณศีรษะเกิดจากของมีคม แต่ไม่ใช่สาเหตุการตาย เนื่องจากลักษณะแผลมีขอบเรียบ คาดว่าถูกตัดหลังเสียชีวิตไม่เกิน 24 ชั่วโมง อีกทั้งพบภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง และไม่พบร่องรอยการจมน้ำหรือการติดเครื่องมือประมง จึงสรุปได้ว่า พะยูนตัวดังกล่าวเสียชีวิตจากอาการป่วยเรื้อรังและความอ่อนแอ
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ทิศทางกระแสน้ำ คาดว่าซากพะยูนอาจถูกพัดมาจากบริเวณอ่าวพังงาฝั่งตะวันออก หรือพื้นที่ใกล้เคียงจังหวัดกระบี่ ก่อนจะมาเกยในจุดที่พบ
อย่างไรก็ตาม การตัดหัวพะยูนถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยมีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เน้นย้ำให้เร่งติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
การกระทำลักษณะดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และต้องเร่งกำจัดค่านิยมที่เกี่ยวข้องกับการสะสมซากสัตว์ป่า พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสหรือพบสัตว์ทะเลหายากบาดเจ็บหรือเกยตื้น สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ หรือสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง








