“ยศชนัน” เร่งบูรณาการ 5 กระทรวง ใช้วิทยาศาสตร์-นวัตกรรม แก้วิกฤตพลังงานและสิ่งแวดล้อม

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 1/2569 ถึงแนวทางการกำกับดูแลกระทรวงในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยว่า ปัจจุบันกำกับดูแล 5 กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทุนมนุษย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนการศึกษาวิจัยด้านตลาดแรงงานและเทคโนโลยีการเกษตร อาทิ ปุ๋ย

แนวทางสำคัญในระยะนี้คือการผลักดันการทำงานแบบบูรณาการข้ามกระทรวง หรือ Synergistic Government เพื่อให้การดำเนินนโยบายภาครัฐมีประสิทธิภาพและเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศเผชิญวิกฤตด้านพลังงานและปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น สถานการณ์ฝุ่นละออง

ทั้งนี้ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีการหารือเพื่อจัดทำแพ็กเกจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้จริง โดยหลายโครงการได้เริ่มดำเนินการแล้ว และบางส่วนพร้อมใช้งานทันที เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่หน่วยงานและบุคลากรในพื้นที่

สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ จะมีการชี้แจงความพร้อมของกระทรวงที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล รวมถึงแนวทางการเริ่มดำเนินโครงการต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม

ในส่วนความร่วมมือระหว่างกระทรวง ครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้าน ได้แก่ การพัฒนาไบโอดีเซลและปุ๋ยร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสนับสนุนภาคเกษตรกรรม การดูแลกลุ่มเปราะบางร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การพัฒนาแรงงานและทักษะอาชีพเพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรม และการจัดทำห้องปลอดฝุ่นในสถานศึกษา ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่พัฒนาในประเทศ

จากการดำเนินงานร่วมกับ 5 กระทรวง พบว่ามีศักยภาพในการขยายรูปแบบความร่วมมือดังกล่าวไปยังทุกกระทรวงในคณะรัฐมนตรี โดยจะมีการหารือเบื้องต้นเพื่อประเมินความพร้อมของแต่ละหน่วยงาน และสามารถเข้าร่วมดำเนินการได้ทันทีหากมีความพร้อม

นอกจากนี้ ในช่วงสถานการณ์วิกฤต ทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ แยกบทบาททางการเมืองออกจากการบริหารราชการ เพื่อให้ประเทศสามารถผ่านพ้นสถานการณ์ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับโครงการภายใต้การกำกับดูแล ได้เริ่มดำเนินการในภาคเกษตร เช่น การผลิตไบโอดีเซลและปุ๋ยสูตรต่าง ๆ โดยมีสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยี รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมห้องปลอดฝุ่น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ทั้งนี้ การดำเนินงานมีทั้งมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที โดยเฉพาะการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และมาตรการที่ต้องดำเนินควบคู่กับกลไกของแต่ละกระทรวง รวมถึงความร่วมมือจากภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม โดยยืนยันว่าจะดำเนินการควบคู่กับมาตรการปกติของแต่ละกระทรวง ภายใต้การกำหนดนโยบายและสั่งการของนายกรัฐมนตรี

แนวทางดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ทุกกระทรวงสามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมได้ พร้อมเดินหน้าการทำงานเชิงรุกและประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงวิกฤต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง