นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้กำหนดช่วงรณรงค์ “7 วันอันตราย” ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน 2569 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วน ดูแลความปลอดภัยประชาชน ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด และสร้างการรับรู้ด้านความปลอดภัยแก่ประชาชน
สำหรับสถิติอุบัติเหตุวันที่ 10 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ พบว่าเกิดอุบัติเหตุ 135 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 132 คน และเสียชีวิต 20 ราย โดยสาเหตุหลักมาจากการขับรถเร็วและตัดหน้ากระชั้นชิด ขณะที่รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 70.49
กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้น ทั้งการรณรงค์ “ดื่มไม่ขับ ถ้าขับต้องไม่ดื่ม” การตั้งจุดบริการประชาชนเพื่อลดความเหนื่อยล้าในการเดินทาง รวมถึงการจัด “ด่านชุมชน” และ “ด่านครอบครัว” ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยง
นอกจากนี้ ยังให้สร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง โดยยืนยันว่ามีเพียงพอต่อการเดินทางในช่วงเทศกาล พร้อมรณรงค์ให้ใช้น้ำมันอย่างประหยัดและเหมาะสม ผ่านทุกช่องทางสื่อสารในพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน
ในส่วนของสภาพอากาศ พบว่าอุณหภูมิสูง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จึงขอให้ประชาชนสังเกตอาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ไม่มีเหงื่อ หรือหมดสติ หากพบให้รีบปฐมพยาบาลและแจ้งสายด่วน 1669 ทันที
ทั้งนี้ หากเกิดอุบัติเหตุสามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วนต่าง ๆ อาทิ 1669, 1584, 1356 และ 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน







