นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวอวยพรคนไทยเนื่องในวันสงกรานต์ 2569 ว่า สงกรานต์ปีนี้ขอให้ทุกคนได้ใช้ความสุขอย่างเต็มที่ เดินทางไปทุกที่ด้วยความปลอดภัย อย่าลืมว่าดื่มแล้วต้องไม่ขับ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ใช้ช่วงเวลาของวันหยุดตักตวงความสุข ให้กับตนเองและครอบครัว ขอให้โชคดีสวัสดีปีใหม่ไทยทุกคน
นายกรัฐมนตรี ยังได้เดินทางไปตรวจความพร้อมอำนวยความสะดวกการเดินทางแก่ประชาชนที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และรับชมการแสดงของ “ชมรมดนตรีพื้นเมืองวัดเชตวัน”(พระนอน) 2522 ที่บรรเลงเพลงไทย ให้ผู้โดยสารได้รับฟังอีกด้วย
จากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับผู้จัดงานกิจกรรม หรือหน่วยงานที่จัดกิจกรรม รณรงค์ส่งเสริมการจัดกิจกรรมตามประเพณีไทย ควบคู่การเข้มงวดกวดขันปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้ดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์
ทั้งในด้านสถานที่ ต้องตรวจสอบความปลอดภัยของเวที นั่งร้าน ป้ายขนาดใหญ่ ให้มีอุปกรณ์ยึดโครงเหล็กที่แข็งแรง ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงอุปกรณ์การพ่นน้ำ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่ต้องใช้กระแสไฟฟ้า ต้องมีความปลอดภัย กรณีจัดงานที่มีการประกอบอาหาร ต้องตรวจสอบวาล์วแก๊สและอุปกรณ์ให้ปลอดภัย และจัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิง เพื่อระงับเหตุได้ทันท่วงที
ด้านสวัสดิภาพความปลอดภัย จัดมีการคัดกรองผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่ให้มีการลักลอบพกพาอาวุธ ไม่มีการดื่มสุรา หรือพฤติกรรมที่จะก่อให้เกิดการกระทบกระทั่ง การทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย หากพบการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งรณรงค์แต่งกายร่วมกิจกรรมอย่างเหมาะสม และมาตรการดื่มไม่ขับ หากพบผู้ดื่มสุราหรือมีอาการเมาสุราขับขี่รถ ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด และห้ามขายแอลกอฮอล์ให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี พร้อมให้ด่านชุมชนป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนไม่ให้ออกจากพื้นที่ชุมชน สำหรับด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้ส่งเสริมผู้ประกอบการในพื้นที่ได้จำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะอาหาร น้ำดื่ม ตลอดจนถึงอุปกรณ์การเล่นน้ำ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีรายได้ และเกิดการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในพื้นที่
ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนหน้านิคมขนมจีน ตำบลคลองนครเนื่องเขต จุดบริการประชาชนบริเวณสี่แยกไก่หมุนจิระภา อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา และจุดบริการประชาชน ณ ศูนย์กีฬาบางทราย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุดบริการประชาชน พร้อมเน้นย้ำการดำเนินมาตรการตามข้อสั่งการของ นายกรัฐมนตรี ทั้งการรณรงค์ดื่มไม่ขับ พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับรถ ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมถึงการรณรงค์ให้คนในชุมชนช่วยกันดูแลความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนต้องสวมหมวกนิรภัยก่อนขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ให้สัญญาณไฟทุกครั้งเมื่อขับขี่และทุกๆ มาตรการที่ทำให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชน เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งความสุขในโอกาสปีใหม่ไทยของประชาชนทุกคน
ขณะที่นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการทางหลวง 3 จุด ยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประกอบด้วย จุดที่ 1 แขวงทางหลวงอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง จุดที่ 2 สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 จังหวัดนครสวรรค์ และจุดที่ 3 หมวดทางหลวงวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร โดยได้ติดตามความพร้อมด้านการบริหารจัดการจราจร การให้บริการข้อมูลเส้นทาง การจัดตั้งจุดพักรถ และการเตรียมบุคลากร เครื่องมือ และอุปกรณ์ฉุกเฉิน เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งกำชับให้กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และหน่วยงานในสังกัดบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัย ลดจุดเสี่ยง และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตลอดเส้นทางสายหลักและสายรองทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมแรงร่วมใจ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างปลอดภัยและราบรื่น
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน โดยเริ่มตรวจเยี่ยม ณ หมวดทางหลวงศรีสะเกษ ตำบลหมากเขียบ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ก่อนเดินทางต่อไปยังจุดบริการประชาชนบริเวณสี่แยกนาเจริญ อำเภอขุขันธ์ โดยได้ย้ำให้บริหารจัดการงานก่อสร้างให้สอดคล้องกับสภาพการจราจร พร้อมกำชับให้หยุดงานก่อสร้างที่กระทบการสัญจร และเร่งคืนผิวจราจรให้ได้มากที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ
สำหรับการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ได้เตรียมพร้อมดูแลและอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบาง อาทิ เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และคนพิการ รวมถึงประชาชนทั่วไป ให้มีความผ่อนคลาย เพื่อความปลอดภัยระหว่างการเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยทีม พม. จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมถนนสายหลักและถนนสายรอง ได้เปิดพื้นที่หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวง พม. เป็นจุดพัก บริการประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 โดยให้บริการห้องน้ำคนพิการและผู้สูงอายุ ที่พักรถชั่วคราว มุมพักผ่อน น้ำดื่ม ชา กาแฟ และอาหารว่าง ส่วนกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เปิดจุดบริการประชาชน จุดพักรถ พักคน รวม 18 จุด และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เปิด “จุดบริการประชาชน” ครอบคลุม 4 ภาค รวม 26 แห่งถึงวันที่ 16 เมษายน 2569
นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ประจำด่านชุมชนทั่วประเทศ คัดกรองและให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ผู้ขับขี่ โดยเน้นย้ำมาตรการ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” รวมทั้งได้รณรงค์การใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ซึ่งช่วยลดการเสียชีวิตในเด็กเล็กได้ถึง ร้อยละ 70 และลดการบาดเจ็บรุนแรงได้ถึง 5 เท่า และสนับสนุนให้ใช้ 5 มาตรการเพื่อให้ผู้สูงอายุขับขี่ปลอดภัย คือ 1. การมองเห็นที่ดี (Safe-Vision) 2. ร่างกายที่พร้อม (Safe-Body) 3. สมาธิและการตัดสินใจที่เหมาะสม (Safe-Brain) 4. โรคประจำตัวและยาที่ส่งผลต่อการขับขี่ (Safe-Health) เช่น ยาแก้แพ้ หรือยานอนหลับ และ 5. หากขับไม่ไหวให้ลูกหลานไปส่ง (Safe-Care)
นอกจากนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดให้ประชาชนเข้าท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ เนื่องในโอกาส “วันครอบครัว” วันที่ 14 เมษายน 2569 โดยยกเว้นค่าบริการเข้าพื้นที่และค่ายานพาหนะ สำหรับบุคคลสัญชาติไทย ครอบคลุมพื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ 133 แห่ง (ยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับคนไทยและยานพาหนะ) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 160 แห่ง วนอุทยาน 91 แห่ง สวนพฤกษศาสตร์ 17 แห่ง สวนรุกขชาติ 51 แห่ง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ อาทิ ป่านันทนาการและป่าในเมือง 7 แห่ง สวนสัตว์ 7 แห่ง พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ธรณีวิทยาและธรรมชาติวิทยาสวนพฤกษศาสตร์ 5 แห่ง ตลอดจนศูนย์เรียนรู้และแหล่งอนุรักษ์ทางทะเล และศูนย์บริการประชาชนของ ทส. ตามเส้นทางหลักทั่วประเทศ พร้อมขอความร่วมมือปฏิบัติตามกฎระเบียบ ไม่ทิ้งขยะ และร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวของไทยคงความสวยงามและยั่งยืนต่อไป








