นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีและโฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับพายุฤดูร้อน ซึ่งเริ่มมีผลกระทบมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ (15 เม.ย.) และจะต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 20 เมษายน สาเหตุเกิดจากความร้อนที่สะสมตัวอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 10 วันก่อนช่วงสงกรานต์ ประกอบกับมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ยและทะเลจีนใต้ ก่อนจะย้อนเข้าสู่ประเทศไทย ลักษณะดังกล่าวส่งผลให้เกิดการปะทะกันของมวลอากาศเย็นและอากาศร้อนที่สะสมอยู่เดิม จนเกิดเป็นพายุฤดูร้อนที่มีความรุนแรง ช่วงเริ่มต้น (15-16 เม.ย.) พายุเริ่มก่อตัวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี, อำนาจเจริญ, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, จันทบุรี และจังหวัดตราด โดยเฉพาะในช่วงหลังเที่ยงจะมีความรุนแรงเป็นพิเศษเนื่องจากความร้อนสะสม สำหรับช่วงวิกฤต ระหว่างวันที่ 19-20 เม.ย. จะเป็นช่วงที่พายุมีความรุนแรงที่สุด โดยจะมีฝนตกหนักและพายุถล่มครอบคลุมหลายพื้นที่ ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
รองอธิบดีและโฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา เน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวน อาทิ ชาวสวนผลไม้ (โดยเฉพาะทุเรียน) เนื่องจากเป็นช่วงที่ทุเรียนกำลังติดผลโตและมีน้ำหนักมาก อีกทั้งใกล้ถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว ขอให้เกษตรกรเร่งมัดกิ่งหรือทำโครงสร้างค้ำยันให้แข็งแรง เพื่อป้องกันลมกระโชกแรงพัดผลผลิตร่วงหล่นเสียหาย ซึ่งจากการสำรวจพบว่าเมื่อวานนี้เริ่มมีสวนทุเรียนในจังหวัดศรีสะเกษและอุบลราชธานีได้รับความเสียหายบ้างแล้ว กลุ่มเสี่ยงและผู้ทำงานกลางแจ้ง พร้อมขอให้ประชาชน ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด








