วางแผน “แก้ระยะสั้น-ปรับโครงสร้างระยะยาว” ดูแลเศรษฐกิจรอบด้าน ปรับทัพพาณิชย์สู้วิกฤตซ้อนวิกฤต

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง โดยย้ำแนวทางการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ว่า จะดำเนินนโยบายในทุกมิติทั้ง “การแก้ไขปัญหาระยะสั้นควบคู่กับการปรับโครงสร้างเพื่อรองรับระยะยาว” เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เป็น “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ทั้งนี้ การดำเนินงานจะครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การดูแลค่าครองชีพประชาชน การรักษาเสถียรภาพสินค้าเกษตร และการสร้างสมดุลการส่งออก

พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเสริมทัพผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มโลก และวางกลยุทธ์การค้าให้เหมาะสม รวมถึงทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด และการปรับทัพพาณิชย์ ทำงานแบบ “คลัสเตอร์”ในด้านการบริหารงาน ได้มีการปรับทีมและเพิ่มผู้เชี่ยวชาญในประเด็นสำคัญ เช่น ราคาสินค้า สินค้าเกษตร และการค้าระหว่างประเทศ พร้อมปรับรูปแบบการทำงานเป็น “คลัสเตอร์” เชื่อมโยงตั้งแต่ภาคการผลิต การแปรรูป ไปจนถึงตลาด

การรับมือเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อเดือนมีนาคมอยู่ที่ -0.8% แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเดือนเมษายนจากต้นทุนพลังงาน โดยกระทรวงพาณิชย์จะดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด และพิจารณาการปรับราคาสินค้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน

นางศุภจี กล่าวย้ำว่า การดำเนินงานทั้งหมดเป็นการวางทั้งมาตรการระยะสั้นเพื่อพยุงสถานการณ์ และการปรับโครงสร้างในระยะยาว เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างยั่งยืน

“เรากำลังเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งเศรษฐกิจ พลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์ จึงต้องทำงานอย่างเต็มที่ และปรับตัวให้ทันกับกฎระเบียบโลกใหม่ เพื่อสร้างสมดุลและประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชน” นางศุภจี กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง