ศธ.เดินหน้าปฏิรูปการศึกษา 4 ด้าน ลดภาระครู-แก้เหลื่อมล้ำ-ยกระดับการเรียนรู้-สร้างโรงเรียนปลอดภัย

กระทรวงศึกษาธิการจัดประชุมมอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนการศึกษา โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ร่วมกับผู้บริหารระดับสูง เพื่อกำหนดทิศทางการปฏิรูปการศึกษาไทยอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่

ระบบการศึกษาไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาเด็กหลุดจากระบบมากกว่า 1 ล้านคน รวมถึงทักษะผู้เรียนที่ยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของโลกปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องเร่งปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง

สำหรับนโยบายสำคัญ 4 ด้าน ประกอบด้วย
ด้านแรก การลดภาระงานครู โดยปรับลดงานเอกสารและโครงการซ้ำซ้อน นำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วย และปรับการประเมินให้เน้นผลลัพธ์ของผู้เรียน เพื่อให้ครูสามารถทำหน้าที่สอนได้อย่างเต็มศักยภาพ

ด้านที่สอง การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยปรับการจัดสรรงบประมาณให้ตรงจุด เน้นช่วยเหลือเด็กยากจนและพื้นที่ขาดแคลน พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout และปรับรูปแบบทุน ODOS เพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง

ด้านที่สาม การยกระดับการเรียนรู้ โดยปรับหลักสูตรฐานสมรรถนะ ลดการท่องจำ และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีผ่านแนวคิด AI for All เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์

ด้านที่สี่ การสร้างโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย โดยจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ดูแลนักเรียนและบุคลากรตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในสถานศึกษา

ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการอยู่ระหว่างการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ เพื่อเป็นกรอบนโยบายหลักในการยกระดับระบบการศึกษาไทยทั้งระบบ และปลดล็อกข้อจำกัดเดิม

นอกจากนี้ ยังได้วางโรดแมปการปฏิรูปการศึกษา 5 ปี ระหว่างปี 2569–2573 ครอบคลุมตั้งแต่การลดภาระครู การนำร่องพื้นที่นวัตกรรม การขยายผลทั่วประเทศ ไปจนถึงการนำ AI และระบบบริหารงานอัตโนมัติมาใช้เต็มรูปแบบ

สำหรับมาตรการเร่งด่วนในช่วงเปิดภาคเรียน กระทรวงศึกษาธิการเตรียมช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้ปกครอง โดยอนุญาตให้นักเรียนใช้เครื่องแบบเดิมได้ จัดหาอุปกรณ์การเรียนราคาประหยัด และดูแลสุขภาพนักเรียนจากปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ ยังให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาข่าวปลอมที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน โดยจะบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการข้อมูลเท็จอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง