กองทัพเรือเดินหน้าโครงการเรือฟริเกต ยกระดับอุตสาหกรรมต่อเรือไทยสู่การพึ่งพาตนเอง

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เผยว่า เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 69 กองทัพเรือประชุมแนวทางการดำเนินโครงการจัดหาเรือฟริเกตภายใต้กลไกการชดเชยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม (Offset Policy) ร่วมกับสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย (TSBA) ผู้ประกอบการอู่ต่อเรือในประเทศ โดยมี สวทช. ร่วมให้ข้อมูลในหลักการและวิธีการคำนวณ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและตรงกัน

ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการผลักดันอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ซื้อ” ไปสู่ “ผู้สร้าง” อย่างเป็นรูปธรรม

กรอบการดำเนินงาน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ การลงทุนในประเทศ การวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกอบรมบุคลากร การร่วมผลิต และการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยมีส่วนร่วมในทุกระดับของอุตสาหกรรม

พร้อมวางแผนเป็น “บันได 3 ขั้น” เริ่มจากการเรียนรู้จากผู้สร้างต่างประเทศ สู่การผลิตในประเทศบางส่วนและต่อยอดไปสู่การสร้างเรือได้เองทั้งระบบในอนาคต

หลักเกณฑ์การพิจารณา ยืนยันแนวทางเปิดกว้าง โดยมุ่งให้เกิดข้อเสนอที่ดีที่สุด ไม่กำหนดเพดานบนของการดำเนินการ Offset พร้อมให้ข้อมูลในหลักการและวิธีการคำนวณค่าผลลัพธ์ที่วัดได้จริงของกรอบการชดเชยด้านต่างๆ ผู้เสนอที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศได้สูง ทั้งในด้านการต่อเรือในประเทศ การใช้ทรัพยากรในประเทศ และการพัฒนาเทคโนโลยี จะได้รับการพิจารณาในระดับที่สูงขึ้นตามลำดับ

การพิจารณาการชดเชยฯ ยึดหลักการวัดผลจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง (Outcome-Based) ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างครบถ้วน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยสามารถซ่อมบำรุง พัฒนาและต่อยอดได้ด้วยตนเองในอนาคต

พร้อมเปิดรับฟังข้อคิดเห็นจากภาคเอกชนในประเด็นต่างๆ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐานการประเมินและความพร้อมด้านการลงทุน ยืนยันว่าจะนำข้อเสนอแนะทั้งหมดไปใช้ในการเจรจาเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดต่อประเทศ ควบคู่ไปการได้เรือฟริเกตที่ตรงกับความต้องการทางยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง