นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ทวีความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมนี้ จากการคาดหมายล่วงหน้าของกรมอุตุนิยมวิทยาพบเดือนมิถุนายนหลายพื้นที่ของไทยมีโอกาสที่ปริมาณฝนจะตกต่ำกว่าค่าปกติ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำ ลำคลอง และแหล่งน้ำสาธารณะลดลงต่อเนื่อง หากมีการปล่อยน้ำเสียที่ไม่ได้ผ่านการบำบัดอย่างถูกต้อง หรือการลักลอบปล่อยของเสียลงสู่แหล่งน้ำจะยิ่งซ้ำเติมให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากช่วงหน้าแล้งที่ปริมาณน้ำน้อยและการไหลเวียนช้า ส่งผลให้ของเสียจากภาคชุมชน อุตสาหกรรมและเกษตรกรรมจะสะสมได้ง่าย จนเกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย ระดับออกซิเจนในน้ำลดลงจนกระทบต่อสัตว์น้ำและอาจเกิดปรากฏการณ์ “น้ำเขียว” จากการเพิ่มจำนวนของสาหร่าย หรือแพลงก์ตอนพืช ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศและต้องใช้เวลาฟื้นฟูนาน
กรมควบคุมมลพิษ ได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยให้โรงงานและชุมชนดูแลระบบบำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำทิ้งที่ระบายออกมานั้นมีคุณภาพได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลและตรวจสอบแหล่งกำเนิดน้ำเสีย รวมถึงให้เตรียมแผนความพร้อมและมาตรการรับมือหากเกิดสถานการณ์น้ำเน่าเสียเฉียบพลัน และประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด พร้อมหลีกเลี่ยงการทิ้งของเสียลงแหล่งน้ำ
กรมควบคุมมลพิษ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืนเพื่อปกป้องทรัพยากรน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชน หรือพบเห็นการระบายระบายน้ำเสียและการลักลอบทิ้งของเสีย โทรแจ้งสายด่วน 1650 ตลอด 24 ชั่วโมง








