ส่งออกไทยขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพสินค้าไทยในตลาดโลก รัฐบาลเปิดตลาดใหม่สนับสนุนสินค้าที่มีศักยภาพ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยเดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,087,460 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ที่ร้อยละ 18.7 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวร้อยละ 19.3

ปัจจัยสำคัญมาจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เติบโตตามความต้องการเทคโนโลยี AI และ Data Center รวมถึงสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพ เช่น ทุเรียนสด มังคุดสด อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป น้ำตาลทรายและเครื่องเทศสมุนไพร ที่ยังขยายตัวได้ดีในหลายตลาด

ทั้งนี้ ภาพรวม 3 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกมีมูลค่า 96,169.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 17.6 ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 105,646.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 32.4 ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุล 9,476.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นางสาวลลิดา กล่าวว่า สินค้าอุตสาหกรรมยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยเดือนมีนาคมขยายตัวร้อยละ 21.4 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 34.2 เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 166.6 อัญมณีและเครื่องประดับไม่รวมทองคำ ขยายตัวร้อยละ 86.4 รวมถึงเครื่องจักรกล เหล็กและหม้อแปลงไฟฟ้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง

ด้านตลาดส่งออกสำคัญยังเติบโตได้ดี โดยตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 41.9 สหภาพยุโรป ขยายตัวร้อยละ 21.9 ญี่ปุ่น ขยายตัวร้อยละ 9.1 และอาเซียน 5 ประเทศ ขยายตัวร้อยละ 25.0 ขณะที่ตลาดเอเชียใต้ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 123.3 และทวีปออสเตรเลียขยายตัวร้อยละ 56.2

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังติดตามความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่เริ่มกระทบการขนส่งและทำให้ตลาดตะวันออกกลางหดตัว รวมถึงความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานและมาตรการทางการค้าใหม่ของสหรัฐฯ

ตัวเลขส่งออกที่ทำสถิติสูงสุดครั้งนี้ สะท้อนศักยภาพสินค้าไทยในตลาดโลก โดยรัฐบาลจะเดินหน้ารักษาแรงส่งนี้ต่อเนื่อง ทั้งการเปิดตลาดใหม่ สนับสนุนสินค้าที่มีศักยภาพ และติดตามความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การค้าไทยเติบโตได้อย่างมั่นคง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง