นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายฌอน โอนีลล์ การหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นร่วมกันในการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความใกล้ชิดต่อเนื่องยาวนานกว่า 190 ปี
ฝ่ายไทยยืนยันให้ความสำคัญต่อการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทย–สหรัฐฯ หรือ ART และมีความพร้อมทำงานร่วมกับฝ่ายสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยมุ่งผลักดันให้การเจรจามีความคืบหน้าและได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ภาคธุรกิจและตลาดของทั้งสองประเทศ
ไทยได้ชี้แจงข้อมูลอย่างรอบด้านเกี่ยวกับกำลังการผลิตส่วนเกิน และข้อห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานบังคับ พร้อมย้ำว่าสินค้าส่งออกของไทยจำนวนมากเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่สนับสนุนภาคการผลิตของสหรัฐฯ อีกทั้งไทยมีมาตรการด้านแรงงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และพร้อมร่วมมือเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
นอกจากนี้ ไทยได้เสนอให้สหรัฐฯ พิจารณายกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่สหรัฐฯ ไม่สามารถผลิตได้เอง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรสำคัญ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริโภค และส่งเสริมการค้าระหว่างกันในลักษณะที่เกื้อกูลมากยิ่งขึ้น
ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ไทยเตรียมนำคณะนักธุรกิจชั้นนำเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมSelectUSA Investment Summit 2026 โดยมุ่งเน้นการขยายการลงทุนในสาขาสำคัญ พร้อมหารือกับUSABC และ USCC ซึ่งเป็นนักลงทุนหลักในไทย รวมถึงร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรในสหรัฐฯ
ไทยยังมีแผนสร้างสมดุลทางการค้าผ่านการนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบสำคัญจากสหรัฐฯ เช่น สินค้าเกษตรและสินค้าพลังงาน เพื่อสะท้อนความตั้งใจของไทยในการเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่มีความรับผิดชอบและเชื่อถือได้
ทั้งนี้ ในปี 2568 สหรัฐอเมริกา เป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย มีมูลค่าการค้ารวม 93,651.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปสหรัฐฯ 72,506.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 21,144.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ไทยได้ดุลการค้ามูลค่า 51,361.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ








