นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า วัณโรคยังคงเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ปี 2568 ที่ผ่านมา คาดว่าจะมีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ประมาณ 104,000 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 11,300 รายต่อปี นอกจากนี้ยังพบว่า 1 ใน 4 ของคนไทย มีเชื้อวัณโรคแฝงในร่างกาย แต่จะมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ป่วย โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไต ผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ทั้งนี้ วัณโรค สามารถรักษาหายได้หากตรวจพบเร็วและรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง 6 – 9 เดือน อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการติดต่อของวัณโรค นำไปสู่การตีตราผู้ป่วย โดยวัณโรคเป็นโรคติดต่อจากคนสู่คนผ่านทางอากาศ โดยเมื่อผู้ป่วยวัณโรคปอด หลอดลม หรือกล่องเสียง ไอ จาม พูดดังๆ ตะโกน หัวเราะหรือร้องเพลง ทำให้เชื้อลอยออกมาในรูปของละอองฝอยขนาดเล็กและเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจ แต่จะไม่ติดต่อผ่านการสัมผัส รับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำร่วมกัน
โดยเฉพาะวัณโรคนอกปอด เช่น วัณโรคต่อมน้ำเหลือง ซึ่งกรมควบคุมโรค ได้มีมาตรการเร่งรัดการคัดกรอง ค้นหา และรักษาผู้ป่วยวัณโรค อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้สัมผัสร่วมบ้านและผู้สัมผัสใกล้ชิด ผู้ติดเชื้อ HIV ผู้ที่อาศัยในชุมชนแออัด ผู้ต้องขังในเรือนจำ และแรงงานข้ามชาติ ฯลฯ โดยจะได้รับการตรวจคัดกรองด้วยการเอกซเรย์ทรวงอกและแปลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร่วมกับการวินิจฉัยทางอณูชีววิทยา เพื่อค้นหาและรักษาผู้ป่วยให้ได้รวดเร็ว พร้อมตรวจหาวัณโรคดื้อยาในทุกกรณี เมื่อพบว่าป่วยเป็นวัณโรค จะดูแลรักษารักษาให้กินยาครบตามกำหนดระยะเวลา ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เร่งรัดควบคุม ป้องกัน และยุติปัญหาวัณโรคให้ได้ภายในปี 2578 หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับวัณโรค สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรวมควบคุมโรค โทร 1422








