นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน/หัวหน้าสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ กระทรวงมหาดไทย ปาฐกถาพิเศษ “ในการประชุมสัมมนาเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการดูแลพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยจากการสู้รบเมียนมา” โดยมี นางสาวอรอุมา วรแสน รองหัวหน้าสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้แทนจังหวัดที่เป็นที่ตั้งศูนย์พักพิงผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ได้แก่ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอหัวหน้าศูนย์พักพิงผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากจังหวัดกาญจนบุรี ตาก แม่ฮ่องสอน และจังหวัดราชบุรี ร่วมรับฟัง ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
นายภาสกร กล่าวว่า ศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ กระทรวงมหาดไทย เราได้เปิดให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่หนีภัยจากการสู้รบมาหลายทศวรรษ โดยปัจจุบันนี้มีผู้ที่อาศัยอยู่ในศูนย์ฯ เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายของท่านทุกคนที่จะต้องช่วยกันยกระดับการดำเนินงานไปสู่บริบทใหม่ที่ต้องมียุทธศาสตร์ชัดเจน ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยมุ่งเน้นไปที่หลักการ ‘การพึ่งพาตนเอง’ (Self-Reliance) เป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้ภาระทั้งหมดตกอยู่ที่งบประมาณภาครัฐเพียงอย่างเดียว และที่สำคัญคือการเข้าไปช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตรกรรมตามแนวชายแดน เช่น สวนลำไยหรือไร่อ้อย ซึ่งถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทั้งในแง่มนุษยธรรมและเศรษฐกิจ
“โดยแนวทางที่เราสามารถดำเนินการได้ในระยะใกล้ จะมีการมุ่งเน้นไปที่กำลังแรงงานที่อาศัยอยู่ในค่าย จะต้องได้รับการฝึกฝนอาชีพ พัฒนาการศึกษา และออกไปทำงานเพื่อหารายได้เลี้ยงดูตนเองและผู้ที่พึ่งพิงกลุ่มคนเหล่านี้ แม้ตัวเลขล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2569 จะมีผู้ได้รับอนุญาตทำงานไปแล้ว 2,842 คน แต่ตัวเลขนี้ ‘ยังน้อยเกินไป’ เมื่อเทียบกับศักยภาพของวัยแรงงานในกลุ่มนี้ที่มีอยู่กว่า 42,000 คน ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยจะได้ร่วมกับกระทรวงแรงงานและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ประสานการทำงานร่วมกันเพื่อปลดล็อกขั้นตอนต่างๆ ให้กลุ่มคนเหล่านี้สามารถออกมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ให้มากขึ้น
นายภาสกร กล่าวว่า สิ่งที่อยากจะขอความร่วมมือท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านปลัดจังหวัด ตลอดจนผู้ดูแลศูนย์อพยพฯ คือการลงพื้นที่เพื่อสำรวจความพร้อมในแต่ละศูนย์ฯ เพื่อประเมินศักยภาพในการรวมบางพื้นที่เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดความสะดวกในเชิงบริหารจัดการ และการดำเนินยุทธศาสตร์ในระยะกลาง ที่จะมุ่งเน้นการบริหารจัดการศูนย์อพยพให้เป็นระบบ มีการใช้งบประมาณที่คุ้มค่า และก่อให้เกิดความยั่งยืน นอกจากนี้ต้องขอเน้นย้ำให้ทุกท่านได้บังคับใช้กฎหมาย “สิ่งใดที่มีการทำไม่ถูกต้อง ก็ต้องทำให้ถูกต้อง สิ่งใดเป็นอุปสรรค เราก็จะช่วยแก้ไขให้เหมาะสม”
“ผมมีความมั่นใจว่า หากเราดำเนินงานตามยุทธศาสตร์เชิงรุกที่ได้จากการหารือร่วมกันในการประชุมครั้งนี้ ย่อมจะทำให้เป้าหมายสูงสุดของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย คือการบริหารจัดการให้กลุ่มคนเหล่านี้สามารถพึ่งพาตนเองได้ สามารถออกไปเป็นแรงงานเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวได้โดยไม่ต้องรอการดูแลจากภาครัฐหรือองค์การระหว่างประเทศเพียงฝ่ายเดียว และสุดท้ายก็จะช่วยให้รัฐสามารถพิจารณาปิดที่พักพิงชั่วคราวอย่างเป็นระบบได้ในที่สุด” นายภาสกร กล่าว









