นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมสุดยอดผู้นําเมืองไมซ์ประเทศไทย (MICE City Summit 2026) โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นเมือง MICE ทั้ง 9 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี, เชียงใหม่, ขอนแก่น, ภูเก็ต, นครราชสีมา, สงขลา, อุดรธานี, พิษณุโลก และประจวบคีรีขันธ์ และภาคีเครือข่าย เข้าร่วม
โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือการสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนากําลังคนสมรรถนะสูงและยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไมซ์ ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กับ สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จากนั้นได้ กล่าวมอบนโยบาย “ความสำคัญของการขับเคลื่อนเมืองไมซ์ในประเทศไทย” พร้อมมอบโล่รางวัล 10 เมืองไมซ์ของประเทศไทย
นายพลพีร์ กล่าวว่า ในวันนี้ถือเป็นวาระสําคัญระดับชาติที่ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็น “ผู้นําของเมือง” ทั่วประเทศได้มาแสดงพลังร่วมกัน เพื่อปักหมุดหมายใหม่ให้กับอนาคตของประเทศไทย ในนามกระทรวงมหาดไทย ต้องขอชื่นชมในความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วน ที่ทําให้ “MICE” เป็นมากกว่าเมืองที่มีศักยภาพสูงในการรองรับการจัดประชุม (Meetings) การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Incentives) การประชุมนานาชาติ (Conventions) และงานแสดงสินค้านานาชาติ (Exhibitions) ด้วยการยกระดับผ่านยุทธศาสตร์หลักในการสร้างชาติจากฐานราก กระจายรายได้ตั้งแต่การท่องเที่ยว การจ้างงาน ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ
“นโยบายสำคัญของรัฐบาล คือมุ่งเน้นการสร้างรายได้ใหม่ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์และการบูรณาการการทำงานในทุกภาคส่วน ซึ่งเมืองไมซ์ คือคําตอบที่ตรงจุดที่สุด เพราะเราจะต้องยกระดับเมืองไปสู่จุดหมายปลายทางที่มีเสน่ห์ เอกลักษณ์ และระบบนิเวศ ที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนทางปัญญาและโอกาสทางธุรกิจ หากทุกเมืองมี Logistic ที่ดี มี Prosperity ที่ดี เราก็จะสามารถสร้าง Destination หรือจุดหมายปลายทางสุดท้ายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดได้เป็นอย่างดี” นายพลพีร์ กล่าว
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ทิศทางสําคัญที่เราจะเดินไปข้างหน้าร่วมกัน คือ การยกระดับเมืองไทยสู่เวทีโลก เราต้องไม่หยุดแค่การเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ต้องยกระดับสู่การเป็น “Creative & Business Hub” เช่น การที่หลายจังหวัดกําลังขับเคลื่อนสู่ UNESCO Creative Cities Network คือก้าวสําคัญที่จะพิสูจน์ว่า เมืองไทยในทุกภูมิภาคมีดีพอที่จะยืนอยู่บนแผนที่โลกได้อย่างสง่างาม การสร้างการเติบโตที่สมดุล โดยอุตสาหกรรมไมซ์ต้องเป็นสะพานเชื่อมโยงโอกาสจากนักลงทุนระดับโลก ลงไปถึงวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่ ประโยชน์จากการจัดงานหนึ่งครั้ง จะต้องส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน
“การประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันผ่านการลงนามในปฏิญญาเมืองไมซ์ของประเทศไทย ในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การลงนามในกระดาษ แต่คือพันธสัญญาระหว่างผู้นําเมืองทั่วประเทศว่าเราจะร่วมมือกันบูรณาการ ทั้งงบประมาณ ทรัพยากร และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นจุดหมายปลายทาง ‘MICE’ ของโลกอย่างมืออาชีพ ผมเชื่อมั่นว่า ภายใต้สมการ ‘ต้อนรับดี กินดี อยู่ดี สร้างบรรยากาศที่ดีในจังหวัด’ ที่ขับเคลื่อนโดยพลังความร่วมมือของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่น และภาคเอกชน จะช่วยสร้างรอยยิ้มและทำให้พี่น้องประชาชนกลับมาท่องเที่ยวในจังหวัดเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ สามารถผลักดันประเทศไปข้างหน้าและเป็นฟันเฟืองสําคัญที่ทําให้ประเทศไทยก้าวข้ามปัญหาไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างแท้จริง” นายพลพีร์ กล่าว













