นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) พร้อมด้วย ดร.รัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมการประชุม โดยมี นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการ สนข. และคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปภารกิจสำคัญและผลการดำเนินงานของ สนข. ในปีงบประมาณ 2569 และแผนงานโครงการสำคัญที่จะดำเนินการในอนาคต ในวันที่ 29 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุม 401 ชั้น 4 อาคาร สนข.
รู้สึกยินดีที่ได้กลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นวาระที่ 2 เพื่อสานต่องานที่เคยวางระบบไว้และในฐานะนักการเมืองอาจไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านวิศวกรรมเท่ากับผู้ปฏิบัติงานจริง จึงมอบให้ สนข. ซึ่งเปรียบเสมือน “คลังสมอง” ของกระทรวงคมนาคม และเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศไทย ทำหน้าที่ศึกษาและจัดทำนโยบายและแผนพร้อมสรุปข้อมูลโครงการสำคัญต่าง ๆ ซึ่ง สนข. เป็นผู้ที่รู้ลึกและเข้าถึงแก่นแท้ของงานอย่างแท้จริง สำหรับการมอบนโยบายในครั้งนี้ มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยแบ่งแผนการดำเนินงานออกเป็น 3 มิติหลัก ได้แก่
1. นโยบายลดภาระค่าครองชีพด้วย พ.ร.บ. การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 โดยกระทรวงคมนาคมมุ่งเน้นการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน โดยเร่งผลักดัน พ.ร.บ. เพื่อลดภาระค่าโดยสาร กำหนดอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรมต่อทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ โดยต้องไม่สร้างภาระทางการเงินแก่รัฐ
2. นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ผลักดันโครงการ Landbridge ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการเร่งเสนอร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนมิถุนายน 2569 นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ สนข. ศึกษาโปรเจกต์ใหม่ คือ การพัฒนามอเตอร์เวย์ทางน้ำเชื่อมภาคเหนือสู่อ่าวไทย (MMR) เพื่อเพิ่มศักยภาพการขนส่งทางน้ำของประเทศ และได้นำบทเรียนจากการกำกับดูแลเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกมาใช้ในการพัฒนา SEC และ Landbridge โดยเน้นย้ำว่าการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานต้องตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเป็นอันดับแรก และต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการลงทุนของภาคเอกชน เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้จริง
3. นโยบายการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยวางแผนเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ. การพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) ต่อ ครม. เพื่อกระจายความเจริญสู่ระดับพื้นที่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบ Feeder (ระบบขนส่งรอง) เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางทุกระบบเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ เพื่อเร่งแก้ปัญหาจราจรในหัวเมืองใหญ่ ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่ สงขลา ขอนแก่น และอุบลราชธานี พร้อมนำเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้บริหารจัดการจราจรในพื้นที่วิกฤต เช่น กรุงเทพมหานคร และท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของประชาชน
นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวเพิ่มเติมว่า สนข. จะเร่งรัดดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายตามที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบไว้ให้แก่ สนข. ซึ่งในระยะเร่งด่วนจะเร่งผลักดันและดำเนินการขยายผล พ.ร.บ. ตั๋วร่วม โดยเสนอกฎหมายลำดับรอง 20 ฉบับ ภายในเดือนมิถุนายน 2569 รวมทั้งจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วมให้แล้วเสร็จ และสามารถใช้ตั๋วร่วมกับรถไฟฟ้าทุกสายภายในปี 2570 อีกทั้งจะเสนอร่าง พ.ร.บ. SEC ต่อ ครม. ภายในเดือนมิถุนายน 2569 บูรณาการและเร่งรัดดำเนินการออกแบบและรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA และ EHIA) ร่วมกับกรมทางหลวงและการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 เพื่อให้ได้ผู้ลงทุนโครงการ Landbridge และเริ่มดำเนินการก่อสร้างระยะที่ 1 ให้ได้ภายในปี 2573
นอกจากนี้ สนข. จะเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณในปี 2570 เพื่อศึกษาความเหมาะสมและรูปแบบการลงทุนของโครงการการพัฒนามอเตอร์เวย์ทางน้ำเชื่อมภาคเหนือสู่อ่าวไทย (MMR1) คาดว่าจะสามารถนำเสนอผลการศึกษา ต่อกระทรวงคมนาคม ก่อนเสนอ ครม.
ทั้งนี้ สนข. จะปฏิบัติภารกิจและทำหน้าที่ในการเสนอแนะนโยบายและจัดทำแผนยุทธศาสตร์แผนแม่บท แผนงานต่าง ๆ ด้านการขนส่งและจราจร ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ รวมทั้งผลักดันนโยบายของกระทรวงคมนาคม และนโยบายของรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมให้สมกับการเป็น “คลังสมอง” ของกระทรวงคมนาคม และเป็น “องค์กรนำในการกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการพัฒนาระบบคมนาคมของไทย”








