นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดงานวันคุ้มครองผู้บริโภค ประจำปี 2569 โดยเดินหน้ายกระดับระบบคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุกเต็มรูปแบบ สอดรับเศรษฐกิจ มุ่งสร้างความเป็นธรรม ลดภาวะค่าของชีพและเสริมความเชื่อมั่นให้ประชาชนอย่างเป็นธรรม
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การคุ้มครองผู้บริโภคถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่เอื้อให้การเข้าถึงสินค้าและบริการยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มความเสี่ยงในรูปแบบใหม่ ทั้งด้านความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของข้อมูล โดย สคบ. ต้องปรับตัวให้เข้าหาประชาชน โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนเดินเข้าหา ให้ตระหนักว่า หน้าที่ของ สคบ. คือ การดูแลของประชาชนและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างปลอดภัยและเป็นธรรม
นโยบาย สบค.พลัส มีนโนบายสำคัญ 5 ด้าน
1.ยกระดับการทำงานเชิงรุก มุ่งป้องกันปัญหาก่อนเกิดความเสียหาย โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้และเสริมศักยภาพให้ประชาชนสามารถป้องกันสิทธิของตนเองได้ตั้งแต่ต้นทาง
2.พัฒนาระบบบริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการในขั้นตอนที่ชัดเจน ระยะเวลาที่แน่นอนและสามารถแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จอย่างเป็นธรรม
3.กำกับธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ และ E-Commerce อย่างเข้มงวด โดยเน้นให้แพลตฟอร์มมีความรับผิดชอบร่วมต่อผู้บริโภค ไม่ใช่เป็นเพียงพื้นที่กลางในการซื้อสินค้า
4.ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมระดับการให้บริการประชาชนผ่านสายด่วน 1166 ให้สามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงพัฒนา Chatbot “OCPB Connect” และเชื่อมโยงระบบรับเรื่องร้องเรียนกับแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่ออำนวยสะดวกในการแจ้งปัญหาและติดตามสถานะได้อย่างชัดเจน
5.สคบ. เป็นองค์กรสีขาว ที่ยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นความสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ปราศจากการทุจริต การเลือกปฏิบัติและผลประโยชน์ทับซ้อน








