นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ว่า ล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทบทวนศึกษาความคุ้มค่าของการลงทุนใหม่ทั้งหมด โดยมอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะทำงานลงพื้นที่ศึกษาผลกระทบทุกมิติ ให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 90 วัน
สำหรับรูปแบบโครงการ จะบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมทั้งระบบราง ถนน และท่อขนส่งพลังงานเหลว พร้อมย้ำจุดยืนว่า โครงการนี้คือการสร้างสะพานเชื่อมการขนส่งบนบก จะไม่มีการขุดคลองเชื่อมทะเลที่อาจก่อให้เกิดความกังวลเรื่องการแบ่งแยกดินแดนและหากเส้นทางต้องตัดผ่านภูเขา จะเลือกใช้เทคโนโลยีขุดเจาะอุโมงค์แทน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด
สำหรับความกังวลของประชาชนในพื้นที่เป้าหมายอย่างจังหวัดชุมพรและระนองนั้น ภาครัฐให้ความสำคัญกับสิทธิในการทำมาหากินเป็นหลัก โดยเตรียมแผนลงพื้นที่เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ พร้อมพิจารณาแนวทางชดเชยและจัดหาอาชีพทดแทนให้กลุ่มที่อาจต้องเสียโอกาส เช่น ชาวประมงพื้นบ้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมสูงสุด
ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้คัดค้านเตรียมนัดชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถทำได้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็มีหน้าที่ชี้แจงประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับให้สังคมเข้าใจอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม สำหรับกำหนดการลงพื้นที่ในวันที่ 8 ที่จะถึงนี้ ตนจะยังไม่ร่วมเดินทางไปด้วย เนื่องจากต้องการรอให้ผลการศึกษา 90 วันของคณะทำงาน ให้มีความชัดเจนและเป็นทางการก่อน เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณชน








