3 หน่วยงานรัฐผนึกกำลัง ลงนาม MOU พัฒนาชุมชนพื้นที่สูง แก้จน-ลดเผาป่า-สู้ PM2.5 อย่างยั่งยืน

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ในการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูงในพื้นที่ป่าไม้ โดยมีนายชวลิต ชูขจร อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานกรรมการสถานีวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานอนุกรรมการวิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ร่วมเป็นสักขีพยาน

การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ ได้ดำเนินการเซ็นข้อตกลง 2 ฉบับ คือระหว่างกรมป่าไม้ กับ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงฯ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ส่งเสริมอาชีพ ลดการเผาป่าไม้ และปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน 

อธิบดีกรมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แสดงเจตจำนงในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่า กรมอุทยานฯ มีภารกิจในการพัฒนาชุมชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ บนพื้นที่กว่า 4.2 ล้านไร่ จำนวน 4,042 หมู่บ้าน ซึ่งได้จัดตั้งหน่วยจัดการต้นน้ำและพัฒนาชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ขึ้น จำนวน 223 แห่ง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ราษฎรในพื้นที่โดยเฉพาะด้านการเกษตร ให้มีความถูกต้องตามหลักวิชาการและมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยได้ปรับเปลี่ยนการทำเกษตรแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นปลูกพืชแบบผสมผสาน หรือระบบวนเกษตร โดยมีสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงฯ เป็นหน่วยงานเข้ามาให้องค์ความรู้แก่ชุมชน เพื่อบูรณาการดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และตั้งเป้าที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงเป็นกำลังสำคัญในการช่วยดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ให้ยั่งยืนต่อไป

ขณะที่ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้บอกด้วยว่า การลงบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ จะช่วยในด้านการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูงในพื้นที่ป่าไม้ โดยมีเป้าหมายสำคัญที่จะบูรณาการ ความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สร้างอาชีพ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งการนำเอางานวิจัยและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาพัฒนาศักยภาพบุคลากรในชุมชน ให้ศักยภาพในการพัฒนาชุมชนของตนเอง ขณะเดียวกันกรมป่าไม้ยังต้องการที่จะเข้าไปจัดระเบียบการอยู่อาศัย ที่ทำกินและการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำและป่าไม้ให้มีความสมบูรณ์อีกด้วย

ด้านนายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ยังย้ำด้วยว่า ครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการสานต่อและยกระดับความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน ที่จะร่วมกันทำงานกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ป่าต้นน้ำลำธาร และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนบนพื้นที่สูง เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และก่อให้เกิดปัญหาความยากจนนำไปสู่ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ โดยจะขับเคลื่อนผ่านกิจกรรมสำคัญ เช่น การพัฒนาศักยภาพบุคลากรของแต่ละหน่วยงานให้มีความพร้อมและขีดความสามารถในการพัฒนาพื้นที่สูง ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง