กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 3 โครงการจ้างออกแบบรายละเอียดงานศึกษาแผนหลักการปรับปรุงแม่น้ำสาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้แทนหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน และประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกว่า 300 คน เข้าร่วมประชุม
นายสิทธินันท์ เบ็ญจสุพัฒนนันท์ ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่สาย เมื่อเดือนกันยายน 2567 ส่งผลให้เกิดน้ำหลากและดินโคลนไหลเข้าท่วมด่านการค้าชายแดนเมืองแม่สายและพื้นที่ต่อเนื่อง สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างมาก รัฐบาลจึงมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการศึกษาและออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนแม่สายและพื้นที่ต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2568 เพื่อดำเนินโครงการจ้างออกแบบรายละเอียดงานศึกษาแผนหลักการปรับปรุงแม่น้ำสาย โดยได้คัดเลือกบริษัท วอเตอร์ ดีเว็ลลัฟเม็นท์ คอนซัลแท็นส์ กรุ๊ป จำกัด เป็นที่ปรึกษาโครงการ เริ่มดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2568 และมีกำหนดสิ้นสุดโครงการในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลาดำเนินการ 240 วัน
ที่ผ่านมา ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพื่อแนะนำโครงการและนำเสนอขอบเขตการศึกษา รวมถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน และจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสม แผนงานออกแบบรายละเอียด และผลการคัดเลือกงานที่จำเป็นต่อการออกแบบ
สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 3 ในครั้งนี้ เป็นการนำเสนอร่างผลการออกแบบรายละเอียดงานและองค์ประกอบต่าง ๆ ของโครงการ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนแม่สายให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่มากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ หากโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำหลากและดินโคลนท่วมในพื้นที่ชุมชน ป้องกันน้ำท่วมขังจากฝนตกสะสม เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ สร้างความเชื่อมั่นด้านการตั้งถิ่นฐานและการประกอบอาชีพ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเมือง การค้า และด่านการค้าชายแดนให้สามารถรองรับการเติบโตในอนาคตได้อย่างยั่งยืน








