นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมงานแถลงข่าวและรับมอบนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยและการรับมือภัยพิบัติ จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและป้องกันภัยพิบัติในเขตเมือง โดยเตรียมนำไปติดตั้งในอาคารของโรงพยาบาลวชิรพยาบาล
พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารเพชรรัตน์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธี
ในการนี้ นายชัชชาติ ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “มาตรฐานความปลอดภัยและการรับมือภัยพิบัติของกรุงเทพมหานคร” โดยหยิบยกแนวคิด “Smart Enough City” จากหนังสือของ Ben Green แห่ง Massachusetts Institute of Technology มาอธิบายถึงการพัฒนาเมืองที่ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง มากกว่าการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ ระบุว่า การเลือกใช้นวัตกรรมจำเป็นต้องตอบโจทย์ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ People Desirable คือ ตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนจริง Business Viable คือ มีความคุ้มค่าในการลงทุน และ Technology Feasible คือ เทคโนโลยีต้องมีความพร้อมและใช้งานได้จริง ไม่ใช่เพียงการทดลองใช้งาน
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนแจ้งปัญหาเข้ามาแล้วกว่า 1,290,000 เรื่อง และได้รับการแก้ไขแล้วกว่า 1,000,000 เรื่อง โดยระบุว่า แอปพลิเคชันดังกล่าวเป็นนวัตกรรมที่ช่วยเปลี่ยนระบบราชการ ทำให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการติดตามและสั่งการหน่วยงานภาครัฐได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการประยุกต์ใช้งาน Traffy Fondue ในภาวะวิกฤต เช่น กรณีแผ่นดินไหว ที่เปิดให้ประชาชนส่งภาพรอยร้าวเข้ามาประเมินความเสียหาย ซึ่งมีการแจ้งเข้ามากว่า 20,000 กรณี พร้อมขอบคุณทุกเครือข่ายของกรุงเทพมหานครที่ร่วมกันแก้ไขสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยได้ใช้นวัตกรรมที่มีคุณภาพ ราคาคุ้มค่า และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการป้องกันภัยพิบัติได้จริง โดยอุปกรณ์ตรวจวัดการสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว และอุปกรณ์ตรวจวัดการเอียงตัวของอาคาร จะช่วยให้ผู้บริหารอาคารสามารถวิเคราะห์ความมั่นคงของโครงสร้างได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ภายในงานยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยจากนักวิจัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงการนำเสนอแนวทางมาตรการรองรับภัยพิบัติของโรงพยาบาล โดย ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ซึ่งระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าวไม่เพียงช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากรและผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นต้นแบบในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารสาธารณะทั่วประเทศในอนาคต








