นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนิน โครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นการยกระดับและควบรวมสิทธิประโยชน์จากโครงการคนละครึ่งพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าไว้ด้วยกัน โดยรัฐบาลมีแผนที่จะเปิดให้ร้านค้าและประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในช่วงวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ และตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มใช้งานจริงในวันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป สำหรับเงื่อนไขผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และจะมีการใช้ระบบยืนยันตัวตนร่วมกับการตรวจสอบฐานข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยเพื่อความถูกต้องและแม่นยำ เบื้องต้นรัฐบาลกำหนดหลักเกณฑ์ให้ 1 คนจะได้รับเพียง 1 สิทธิ์เท่านั้น โดยกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ซึ่งปัจจุบันอยู่ในฐานข้อมูลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.2 ล้านคน จะได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าครองชีพเต็มจำนวน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะได้รับวงเงินช่วยเหลือคนละ 1,000 บาทต่อเดือนโดยจะทำการเพิ่มเงินจากฐานสิทธิ์เดิมที่เคยได้รับ 300 บาท ด้วยการเติมเงินเพิ่มให้อีก 700 บาท ในส่วนของครละครึ่งพลัสจะมีการแบ่งสัดส่วนเป็นรัฐร่วมจ่าย ร้อยละ 60 และประชาขนจ่ายเองร้อยละ 40 ขณะนี้กำลังพิจารณาแนวทางแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ ในรูปแบบ 2 เดือนและต่อด้วยอีก 2 เดือน เพื่อให้เกิดความรอบคอบสูงสุด เนื่องจากประเมินว่าในช่วง 2 เดือนแรกอาจจะมีระยะเวลาไม่เพียงพอในการตรวจสอบสิทธิ์ของกลุ่มผู้ลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด รัฐบาลจึงจะอ้างอิงฐานข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกลุ่มเดิมเป็นหลักไปก่อน ในระหว่างการดำเนินงานระยะแรกนี้ รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่มีรายได้น้อยแต่อาจจะตกหล่นจากรอบที่ผ่านมา หรือยังไม่เคยได้รับสิทธิ์ ได้เข้ามาลงทะเบียนและตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนที่ขาดโอกาสจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงครบถ้วน ก่อนที่จะเริ่มใช้เกณฑ์การให้สิทธิ์แบบใหม่พร้อมกันในระยะต่อไป
จากการควบรวมโครงการ ทำให้ไทยช่วยไทยพลัสเป็นการนำฐานข้อมูลของโครงการคนละครึ่งพลัสและร้านธงฟ้าประชารัฐเดิมมารวมกัน ปัจจุบันมีร้านค้าที่อยู่ในระบบประมาณ 1.4 ถึง 1.5 ล้านร้านค้า ซึ่งทุกร้านจะได้รับประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มยอดขายและขยายโอกาสทางธุรกิจ








