นายกฯ เยือนมรดกโลกศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม ผลักดันเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้สู่ชุมชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ตำบลศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของประเทศไทย เพื่อติดตามการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพื้นที่ “เมืองโบราณศรีเทพ” เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีที่ยังคงรักษาโครงสร้างสำคัญไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งคูน้ำ คันดิน และผังเมืองโบราณแบบ “เมืองใน–เมืองนอก” เป็นองค์ประกอบสำคัญของแหล่งมรดกโลกเมืองโบราณศรีเทพ และโบราณสถานสมัยทวารวดี โดยนายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมโบราณสถานสำคัญภายในพื้นที่ อาทิ “เขาคลังใน” ศาสนสถานสมัยทวารวดีอายุกว่า 1,400 ปี ซึ่งมีจุดเด่นเป็นงานปูนปั้น “คนแคระแบก” เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองศรีเทพ รวมถึง “ปรางค์ศรีเทพ” และ “ปรางค์สองพี่น้อง” ศาสนสถานในศาสนาฮินดูที่สะท้อนอิทธิพลศิลปกรรมขอมโบราณ อายุราว 900–1,000 ปี อีกทั้งยังมีจุดไฮไลต์สำคัญ คือ “ทับหลังอุมามเหศวร” โบราณวัตถุล้ำค่า ถือเป็นหนึ่งในทับหลังที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดของเมืองโบราณศรีเทพ มีจุดเด่นเป็นลวดลายแกะสลัก “หน้ากาลจับนาค” ซึ่งพบเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดเพชรบูรณ์ที่นักท่องเที่ยวและผู้มีจิตศรัทธานิยมเดินลอดใต้ทับหลัง ด้วยความเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต และเยี่ยมชม “เขาคลังนอก” โบราณสถานสำคัญที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งถือเป็นเจดีย์สมัยทวารวดีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ค้นพบในประเทศไทยในปัจจุบัน หนึ่งในโบราณสถานสำคัญของแหล่งมรดกโลกศรีเทพ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานเปิดงาน “ประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย ประจำปี 2569” ประเพณีบุญบั้งไฟพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี เป็นงานบุญบั้งไฟที่ยิ่งใหญ่ ผสมผสานวัฒนธรรมอีสานเข้ากับท้องถิ่นได้อย่างลงตัว โดยมีการประกวดขบวนแห่บั้งไฟพุเตย จำนวน 16 ขบวน 14 หมู่บ้าน ในตำบลพุเตย เพื่อ​สืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟ ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวอีสานที่ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากในพื้นที่โดยได้นำความเชื่อและวัฒนธรรมต่างๆ ติดตัวมาด้วย การจัดงานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย นอกจากจะเป็นการสืบทอดประเพณีความเชื่อที่มีมาอย่างยาวนานแล้ว ยังถือว่าเป็นการสร้างเสริมแรงใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่มีความหวังว่าฝนจะตกตามฤดูกาลเพื่อให้สามารถทำการเกษตรได้อย่างราบรื่น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ​สร้างความสามัคคี และการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนในท้องถิ่น อีกทั้งยังส่งเสริมการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการตกแต่งขบวนแห่และการแสดงรำเซิ้งที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและตำนานพญาคันคาก-ผาแดงนางไอ่

นายกรัฐมนตรีชื่นชมการสืบสานประเพณีที่ดำเนินต่อเนื่องมายาวนานกว่า 25 ปี สะท้อนพลังความร่วมมือ ความอบอุ่น และความภาคภูมิใจของคนในชุมชนที่ช่วยกันรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นอันทรงคุณค่าไว้ได้อย่างเข้มแข็ง พร้อมแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับรางวัลการประกวดขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม รวมถึงทีมที่ได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจของชาวพุเตยและชาวเพชรบูรณ์ พร้อมย้ำว่า ทุกคนล้วนเป็นส่วนสำคัญในการร่วมกันสืบสานและรักษาประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นไว้ให้คงอยู่ต่อไป

การจัดทำขบวนบั้งไฟแต่ละขบวนสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ ความสามัคคี และแรงสนับสนุนจากคนในชุมชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้งานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตยยังคงมีเอกลักษณ์และได้รับความสนใจเช่นทุกวันนี้ โดยสิ่งเหล่านี้คือ เสน่ห์ของประเทศไทย แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด แต่ความอบอุ่นของชุมชนและวัฒนธรรมยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยน่าอยู่และมีเอกลักษณ์ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งช่วยเผยแพร่ของดีจังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้งมะขามหวาน ไก่ย่างวิเชียรบุรี และสินค้า OTOP ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น สิ่งที่รัฐบาลอยากเห็น ไม่ใช่เพียงความสนุกสนานของงานประเพณีเท่านั้น แต่ยังต้องการให้ประเพณีนี้ช่วยสร้างโอกาสและรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ด้วย เชื่อมั่นว่า “ฮักบั้งไฟพุเตย” จะสามารถพัฒนาเป็นงานประเพณีสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง