นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังหารือกับนายมะฮ์ดี ซาเรอ์ อุปทูตวัฒนธรรมสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประจำประเทศไทย ว่า ได้แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดประเทศอิหร่านและขอบคุณประเทศไทยที่เป็นมิตรที่ดี และให้กำลังใจกับประเทศอิหร่าน ที่กำลังเผชิญปัญหาสงครามในขณะนี้ ซึ่งได้เรียนทูตวัฒนธรรมกลับไปว่า ประเทศไทยนั้นมีนโยบายชัดเจนที่สนับสนุนความเป็นกลางไม่ให้มีการรุกรานฝ่ายใดและยืนยันว่าต้องปฏิบัติตามพันธสัญญา กฎกติกา มติขององค์กรระหว่างประเทศและสหประชาชาติ และหวังว่าสถานการณ์สงครามระหว่างอิหร่านจะสงบโดยเร็ว เนื่องจากไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะคู่สงครามและสร้างความเดือดร้อนนำมาสู่ประเทศต่างๆทั่วโลก โดยเฉพาะราคาพลังงานแพงและที่สำคัญได้แจ้งให้ทูตวัฒนธรรมว่าขณะนี้ไทยมีเรือสินค้าอีก 2 ลำที่ยังไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีขอให้ช่วยพูดคุยเพื่ออำนวยความสะดวกให้เรือสินค้าของไทยได้ผ่านโดยเร็ว ซึ่งทางทูตวัฒนธรรมชี้แจงว่าสำหรับประเทศที่ไม่ใช่คู่สงครามอนุญาตให้อยู่แล้ว แต่ขณะนี้มีเรือจำนวนมากที่กำลังทยอยผ่านช่องแคบ จึงต้องนำไปพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกให้กับเรือไทยกลับมาได้อย่างปลอดภัยโดยเร็ว ซึ่งรายละเอียดเรือสินค้า 2 ลำกระทรวงการต่างประเทศได้ให้รายละเอียดไปแล้ว
นายวันนอร์ ระบุว่า การหารือทูตวัฒนธรรมอิหร่าน เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อประเทศไทย โดยเฉพาะต่อสหรัฐฯเนื่องจากประเทศไทยมีนโยบายในการรักษาสันติภาพและวางตัวเป็นกลาง ไม่สนับสนุนให้เกิดสงครามเพราะไม่ได้เป็นประโยชน์กับฝ่ายใดและไทยได้ปฏิบัติตามพันธกรณีที่มีกับสหประชาชาติและองค์กรระหว่างประเทศและยืนยันด้วยว่าความสัมพันธ์ของไทยกับอิหร่านไม่ใช่มีเฉพาะตอนนี้แต่มีมาหลาย 100 ปีตั้งแต่สมัยอยุธยา
ทั้งนี้อุปทูตวัฒนธรรม ได้ชี้แจงสถานการณ์ล่าสุดของอิหร่านว่า การเจรจามีความคืบหน้าไปมากและหวังอยากให้มีการลงนามเกิดขึ้นแต่ไม่ทราบเมื่อไหร่เพราะเหตุการณ์ยังไม่จบ นอกจากนั้นการที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเยือนประเทศจีน 2 ผู้นำได้คุยกันในเรื่องของสงครามอิหร่านด้วย ซึ่งเป็นไปในทางที่ดีและเชื่อว่าการพบปะระหว่าง 2 ประเทศ เป็นไปในทางที่ดีและในเร็วๆ นี้








