ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้อง กรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 133 คน เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ร้อง เพื่อขอให้ศาลศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 วรรค 1 ว่าพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ.2569 ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรค 1 โดยศาลรัฐธรรมนูญได้มีการพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องและเห็นว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 วรรค 1 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 วรรค 7 (1) จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยและแจ้งให้ผู้ร้องทราบและเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้คณะรัฐมนตรีจัดทำคำชี้แจงตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดและจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ
สำหรับ พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าว คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ โดยตั้งวงเงินกู้จำนวน 4 แสนล้านบาท ระบุเหตุผลเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ แบ่งเป็นช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและเกษตรกร จำนวน 200,000 ล้านบาท ส่วนอีก 200,000 ล้านบาทเป็นการใช้สำหรับลงทุนพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรโดยได้มีมติชะลอการพิจารณา พระราชบัญญัติกู้เงินดังกล่าวไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย








