ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิด “โครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการอาหารฉายรังสีเชิงลึกเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน ประจำปี 2569” ณ อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมีสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เป็นผู้จัดโครงการ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการอาหารรุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยีการฉายรังสี พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์สู่ตลาดโลก
ภายในงาน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน ยังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สทน. และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เพื่อบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ เสริมสร้างศักยภาพด้านการวิจัย พัฒนานวัตกรรม และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
พร้อมกันนี้ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ปั้น Food Tech ไทย กินได้จริง ขายได้ระดับโลก” โดยเน้นย้ำว่า การพัฒนา Food Tech ไทย ต้องไม่มุ่งเพียงด้านเทคโนโลยี แต่ต้องควบคู่กับคุณภาพ รสชาติ และการรักษาเอกลักษณ์ภูมิปัญญาไทย ซึ่งเทคโนโลยีการฉายรังสีของ สทน. จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้วยการลดปัญหาการปนเปื้อนและยืดอายุสินค้า เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารและสุขภาพระดับโลก
รองศาสตราจารย์ ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สทน. กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง สทน. และสถาบันอาหาร ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีรังสีเพื่อเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยและยืดอายุผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่นให้มีมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับความร่วมมือกับ NIA จะช่วยสนับสนุนกลไกด้านทุนนวัตกรรม และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงนักลงทุน โดยมีผู้ประกอบการผ่านการคัดเลือกจำนวน 15 ราย จากทั้งหมด 60 ราย ที่เข้ารับการอบรม เพื่อพัฒนาแผนธุรกิจสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
การอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–22 พฤษภาคม 2569 ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยีการฉายรังสีอาหาร กฎหมายและมาตรฐานอาหาร การยืดอายุผลิตภัณฑ์ การตลาด การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การสร้าง Storytelling การจัดทำแผนธุรกิจ และการ Pitching เพื่อนำเสนอธุรกิจต่อผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุน
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีนิทรรศการและเวทีเสวนาเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอาหาร โดยในช่วงบ่าย ผู้ประกอบการได้เดินทางศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ฉายรังสีคลอง 5 ของ สทน. เพื่อเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบมาตรฐานสากลที่ใช้เทคโนโลยี “เครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอน” หรือ Electron Beam (E-Beam)
ทั้งนี้ สทน. ยังมีแผนจัดตั้งศูนย์ฉายรังสีประจำภูมิภาคทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงเทคโนโลยีได้ใกล้แหล่งผลิต ลดต้นทุนด้านการขนส่ง และยกระดับอาหารพื้นถิ่นไทยสู่สินค้ามูลค่าสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ผู้ประกอบการยังได้เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของบริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ซึ่งได้นำเทคโนโลยี Electron Beam และโคบอลต์-60 มาใช้ในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ โดยไม่ก่อให้เกิดสารพิษหรือสารเคมีตกค้างในผลิตภัณฑ์ สร้างความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม








