นโยบายเชิงรุกมุ่งยกระดับประมงอัจฉริยะ แก้ปัญหากฎหมายไม่เป็นธรรม ลดต้นทุนด้านพลังงานให้ชาวประมง

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมมอบนโยบายขับเคลื่อนนโยบายกรมประมง โดยมีนายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ผู้บริหารและข้าราชการในสังกัดกรมประมง เข้าร่วม ณ กรมประมง กรุงเทพฯ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก โดยมีแนวทางที่จะ พลิกโฉมประมงไทยสู่ความยั่งยืนหรือ  Blue Tranformation โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนใน 4 ประเด็นหลักประกอบด้วย การจัดการระบบนิเวศ (Biodiversity & Balance) ที่มุ่งจัดการวิกฤตโดยเฉพาะการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่จะต้องเป็นวาระเร่งด่วน โดยสั่งการให้มีการรายงานสถานการณ์รายวันเพื่อจำกัดพื้นที่การแพร่ระบาดและส่งเสริมการนำไปใช้ประโยชน์ให้เกิดผลชัดเจนรวมถึงการฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ตามแนวคิดใน”น้ำมีปลา“ ประเด็นต่อมาคือ การยกระดับคุณภาพชีวิตและกฎหมายให้เป็นธรรมครับประชาชน (Life and Local Empowerment & Legal Justification) โดยมุ่งเน้นการยกระดับการแก้ปัญหาต้นทุนพลังงานให้กับชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ และข้อจำกัดด้านกฎหมายการประมงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ประเด็นที่ 3 คือ การยกระดับการเพาะเลี้ยงด้วยเกษตรอัจฉริยะ (Upgrading Technology) ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญที่กระทรวงฯ ให้ความสำคัญผ่านแนวทาง ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ เพื่อยกระดับสู่การทำประมงอัจฉริยะ (Smart Fisheries) และมีการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้ารวมถึงการนำเทคโนโลยี AI และ IoT มาใช้กับภาคประมงอย่างมีประสิทธิภาพ และประเด็นสุดท้ายคือ ความเข้มงวดในเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก( E-Traceability &Export Standard) ที่จะผลักดันผลิตภัณฑ์ประมงที่โดดเด่น (Product Champion) สู่ตลาดพรีเมียม พร้อมได้สั่งการให้กรมประมงเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการที่ระบุงบประมาณและตัวชี้วัดที่ชัดเจนภายในสองสัปดาห์จากนี้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสวัสดิการและเครื่องมือการทำงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ประมงทั่วประเทศที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประมงให้กลับมาเข้มแข็งได้อย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้เยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำประมงผิดกฎหมาย (FMC) พร้อมยังได้เสนอแนวทางในการขยายระบบการติดตาม ให้ครอบคลุมเรือขนาดเล็กทั้งในกลุ่มเรือประมงพาณิชย์ที่มีขนาดต่ำกว่า 30 ตันกรอส และกลุ่มประมงพื้นบ้านเพื่อให้สามารถติดตามและให้คำแนะนำการทำประมงที่ถูกต้องได้ อีกทั้งยังได้เสนอให้มีการใช้เทคโนโลยีการติดตามที่ซับซ้อนน้อยลง ซึ่งมองว่าจะเกิดประโยชน์ในด้านความปลอดภัยและการบริหารจัดการทรัพยากรอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง