รัฐบาลยกระดับมาตรการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ คุมเข้มซิมม้า SIM BOX และเร่งคืนเงินเหยื่อออนไลน์อย่างเป็นระบบ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการปราบปรามภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างเป็นระบบ หลังอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีรูปแบบซับซ้อนและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งการหลอกลวงออนไลน์ บัญชีม้า ซิมม้า และการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือกระทำผิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และความเชื่อมั่นของประชาชน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกกฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 และจะมีผลบังคับใช้หลังพ้นกำหนด 90 วันนับจากวันประกาศ

กฎกระทรวงดังกล่าว กำหนดกลไกให้สถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัยต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงิน บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ และกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

สาระสำคัญของกฎกระทรวง คือ เมื่อมีการตรวจพบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือมีการระงับ ยึด หรืออายัดเงินและสินทรัพย์ดิจิทัล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรายงานข้อมูลต่อ ปปง. เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ประกาศข้อมูลบัญชีที่เกี่ยวข้อง เปิดช่องให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคืนเงิน และเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องยื่นคำร้องคัดค้านภายในระยะเวลาที่กำหนด ก่อนเสนอให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณามีคำสั่งคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลแก่ผู้เสียหายตามหลักฐานและเส้นทางการเงิน

ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้ออกประกาศมาตรการเพิ่มเติม เพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการจำกัดการลงทะเบียนเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย และบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ไม่เกิน 3 เลขหมายต่อคนต่อผู้ให้บริการ พร้อมกำหนดให้ต้องแสดงตนที่สาขาหรือตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น เพื่อป้องกันการนำซิมไปใช้เป็น “ซิมม้า” หรือเครื่องมือของขบวนการหลอกลวงออนไลน์

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการห้ามเครื่อง SIM BOX หรือ Gateway ที่รองรับตั้งแต่ 4 ซิมขึ้นไป เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงห้ามนำหมายเลข IP Address ที่จดทะเบียนในประเทศไทยไปให้บริการในต่างประเทศโดยไม่เหมาะสม พร้อมกำหนดให้ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลผู้ใช้บริการย้อนหลังไม่น้อยกว่า 180 วัน เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี และให้ปฏิเสธการลงทะเบียนเลขหมายเพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในฐานข้อมูลเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

มาตรการทั้งหมดสะท้อนแนวทางของรัฐบาลในการแก้ปัญหาภัยไซเบอร์แบบครบวงจร ตั้งแต่การปิดช่องโหว่ต้นทาง สกัดเครื่องมือของมิจฉาชีพ ติดตามเส้นทางการเงิน ไปจนถึงการเร่งคืนเงินแก่ผู้เสียหาย เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการดิจิทัลและโทรคมนาคมได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และได้รับความเป็นธรรมเมื่อได้รับความเสียหาย

นางสาวลลิดา กล่าวว่าภัยไซเบอร์ไม่ใช่เพียงปัญหาอาชญากรรมทั่วไป แต่เป็นภัยด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชน รัฐบาลจึงเดินหน้าบูรณาการทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงดิจิทัลฯ ปปง. กสทช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อปราบปรามอย่างจริงจัง ลดโอกาสที่ประชาชนจะตกเป็นเหยื่อ และสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมไทยในยุคดิจิทัล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง