ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนยังคงไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับอิทธิพลจากฝนตกสะสมในหลายพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลางตอนบน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
โดยเช้าวันนี้ ที่สถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,095 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 690 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในขณะนี้
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ปรับแผนบริหารจัดการน้ำ โดยทยอยลดการระบายน้ำจาก เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก และ เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ แบบขั้นบันได ระหว่างวันที่ 25 – 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อชะลอปริมาณน้ำไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างให้เหมาะสมกับสถานการณ์ฝนในพื้นที่
สำหรับ เขื่อนภูมิพล จะปรับลดการระบายน้ำจากวันละ 25 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วน เขื่อนสิริกิติ์ ปรับลดจากวันละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือวันละ 12 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำให้มากที่สุด
นอกจากนี้ กรมชลประทาน ยังได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทุกแห่งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งอยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ติดตามสถานการณ์น้ำ สภาพอากาศ และปริมาณฝนอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในระยะนี้








