นายกฯ เปิดงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ผลักดันไทยสู่ “ศูนย์กลางอาหารแห่งอนาคตของโลก” คาดเงินสะพัดกว่า 130,000 ล้านบาท

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้าอาหาร 2569 (THAIFEX – ANUGA ASIA 2026) ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ครบวงจรและมีบทบาทสำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้แนวคิด “Beyond Food Experience” ที่มุ่งสร้างประสบการณ์รอบด้านให้กับธุรกิจอาหารในทุกมิติ ระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2569 จัดขึ้นโดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ หอการค้าไทย (TCC) และ โคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse: KM) ประเทศเยอรมนี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อกว่า 130 ประเทศทั่วโลก ได้มาเจรจาการค้า สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และต่อยอดความร่วมมือในระยะยาว กับผู้จัดแสดงสินค้าจากไทยและต่างชาติ รวม 56 ประเทศทั่วโลก ที่มาจัดแสดงสินค้า ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ อาคาร 1 – 3 อิมแพ็ค ฟอรั่ม อาคาร 4 และอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ อาคาร 5 – 12  ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยความน่าสนใจของปีนี้อยู่ที่การยกระดับงานให้ “ใหญ่ขึ้น ดีขึ้น  เข้มข้นขึ้น” ทั้งในด้านจำนวนผู้เข้าร่วมงาน เทรนด์อาหารแห่งอนาคต นวัตกรรมจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก รวมถึงโอกาสทางธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จึงเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญของคนในอุตสาหกรรมอาหาร มีผู้ร่วมจัดแสดงสินค้ามากถึง 3,590 บริษัท รวม 6,710 คูหา และเปิดจำหน่ายสินค้าปลีกสำหรับประชาชนทั่วไป ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 – 18.00 น. คาดว่าการจัดงานจะสร้างมูลค่าการค้ารวมกว่า 130,000 ล้านบาท

วัตถุประสงค์ของการจัดงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026

1. เพื่อส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทย

2. เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพสินค้าอาหาร และเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมอาหาร

3. เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนในประเทศได้ทราบถึงศักยภาพในการผลิตสินค้าอาหาร เทคโนโลยี และบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมอาหารในประเทศ

4. เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการจัดงานแสดงสินค้าอาหาร เทคโนโลยีและบริการต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารในเอเชีย

โดยในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ยังเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการอัปเดตเทรนด์ เปิดมุมมองใหม่ และต่อยอดองค์ความรู้ให้กับคนในอุตสาหกรรมอาหาร ผ่านกิจกรรม นิทรรศการ และเวทีสัมมนาที่รวบรวมทั้งข้อมูลเชิงลึก เทรนด์ผู้บริโภค และทิศทางธุรกิจอาหารจากผู้เชี่ยวชาญและแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลก เพื่อช่วยจุดประกายไอเดียและสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจอาหารในทุกมิติ ได้แก่

– THAIFEX – Anuga Trend Zone: นำเสนอเทรนด์ตลาดล่าสุดในอุตสาหกรรมอาหาร โดย Innova Market Insights การศึกษาเทรนด์จากประเทศต่างๆ นำมาจัดแสดง เพื่อให้ธุรกิจสามารถมองเห็นทิศทางและสามารถปรับตัวให้ทันกับเทรนด์ที่เปลี่ยนไป

– THAIFEX – Anuga tasteInnovation Show: การประกวดและจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่กำลังเป็นกระแส เช่น โปรตีนจากพืช ซูเปอร์ฟู้ด ผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน

– Future Food Experience+ กิจกรรมสัมมนาให้ความรู้ และชิมอาหารแห่งอนาคต

– THAIFEX – Anuga Startup: ผลงานคิดค้นสินค้าอาหารและเครื่องดื่มจากผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สามารถร่วมมือกันสร้างธุรกิจให้เติบโตร่วมกันในอนาคต

– Exhibitions & Seminar: เวทีเรียนรู้เพื่อสร้างความสำเร็จมากขึ้นด้วยสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญ และนิทรรศการ อาทิ นิทรรศการสินค้าฮาลาล อาหารออร์แกนิค สมุนไพรในอาหาร บรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน

– Thailand Ultimate Chef Challenge: การแข่งขันระดับโลกเพื่อค้นหาเชฟมืออาชีพและเชฟรุ่นใหม่ระดับนานาชาติ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ถือเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญของรัฐบาลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหาร โดยงานนี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทย อีกทั้งยังช่วยสร้างโอกาสในการเจรจาการค้าและสร้างเครือข่ายธุรกิจ ร่วมกับผู้ซื้อจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งเป็นการขยายโอกาสทางการค้าให้เติบโตยิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ยกระดับระบบนิเวศการผลิตอาหารของไทย และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคและระดับโลกด้านการค้าและอุตสาหกรรมอาหารระหว่างประเทศ

ในปัจจุบัน “อาหาร” ไม่ใช่แค่สินค้าอุปโภคบริโภค แต่เป็นทั้งความมั่นคง เสถียรภาพ และประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญของโลก งานนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงรัฐบาล ภาคธุรกิจ นักวิจัย เกษตรกร และผู้ประกอบการจากทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างความร่วมมือ และกำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมอาหารร่วมกันโดยประเทศไทยมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมาอย่างยาวนานในฐานะ “ครัวของโลก” และปัจจุบันไทยกำลังก้าวไปสู่การเป็น “ศูนย์กลางอาหารแห่งอนาคตของโลก” ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความยั่งยืน สุขภาพ และความเชื่อมั่นด้านคุณภาพอาหาร โดยจุดแข็งของไทยมีทั้งทรัพยากรทางการเกษตรและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงระบบการผลิตอาหารที่เข้มแข็ง มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และความสามารถในการเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม และรัฐบาลยังเดินหน้าส่งเสริมการเกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีชีวภาพ อาหารฟังก์ชัน โปรตีนทางเลือก การผลิตที่ยั่งยืน การใช้พลังงานสะอาด และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG ที่มุ่งสร้างการเติบโตควบคู่กับการดูแลโลกและประชาชน

นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า ประเทศไทยพร้อมทำหน้าที่เป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือด้านความมั่นคงทางอาหารของทั้งภูมิภาคและประชาคมโลก อีกทั้ง คนไทยยังมีความผูกพันกับอาหารในฐานะส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม วิถีชีวิต และการต้อนรับที่อบอุ่น ความใส่ใจในคุณภาพ รสชาติ ความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์ที่มอบให้แก่ผู้บริโภค คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาหารไทยได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคและคู่ค้าทั่วโลก โดยในปี 2568 ไทยมีมูลค่าการส่งออกอาหารมากกว่า 38,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะหนึ่งในผู้ส่งออกอาหารรายสำคัญของโลก และผู้มีส่วนสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เครือข่ายธุรกิจ และการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อก้าวสู่ศูนย์กลางการค้าและธุรกิจระดับนานาชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง