ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าติดตามผลการดำเนินงานของภาคีเครือข่ายคนพิการระดับชาติ พร้อมเร่งรัดขับเคลื่อนแผนงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
ล่าสุด รัฐบาลประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน เพื่อพลิกโฉมคุณภาพชีวิตคนพิการ ประกอบด้วย การผลักดันเพิ่มสวัสดิการเบี้ยความพิการสำหรับผู้ถือบัตรประจำตัวคนพิการทุกคน เป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน การขับเคลื่อนอารยสถาปัตย์ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปราศจากอุปสรรคสำหรับคนพิการ ภายใต้แนวคิด “คนพิการใช้ได้ คนทุกกลุ่มก็ใช้ได้” และการยกระดับ “ราชการเป็นมิตร”
ทั้งนี้ ได้กำหนดให้หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จำนวน 22 แห่งทั่วประเทศ ติดตั้ง “ห้องปลอดฝุ่นแรงดันบวก” เพื่อส่งเสริมสุขอนามัย และติดตั้ง “ระบบโซลาร์รูฟท็อป” เพื่อช่วยประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ
รัฐบาลโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้วางแนวทางสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับกลุ่มคนพิการในหลายมิติ พร้อมปรับบทบาทภาครัฐจากการเป็นเพียง “ผู้ให้ความช่วยเหลือ” ไปสู่ “ผู้สร้างโอกาส” เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังบูรณาการฐานข้อมูลร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแก้ปัญหาเด็กพิการออกนอกระบบการศึกษา โดยเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อนำเด็กพิการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา พร้อมเสริมความเข้มแข็งให้สถาบันครอบครัว ด้วยการเพิ่มเนื้อหาป้องกันความรุนแรงในหลักสูตรอบรมอาสาสมัคร พม. เชี่ยวชาญด้านคนพิการ จำนวน 1,260 คน เพื่อเป็นกลไกดูแลความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตคนพิการในชุมชนอย่างใกล้ชิด
รัฐบาลยืนยันเดินหน้าปรับเปลี่ยนแนวทางจากการสงเคราะห์แบบเดิม ไปสู่การสร้างโอกาสและศักดิ์ศรี เพื่อให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเอง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเท่าเทียม








