นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงนโยบาย “อาสาพยาบาล” ภายหลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความซ้ำซ้อนของภารกิจ ว่า ขอให้พิจารณาที่ลักษณะงานและภารกิจหลักที่ดำเนินการ โดยยอมรับว่าอาจมีบางส่วนที่ใกล้เคียงกัน แต่ยืนยันว่าเป็นการส่งเสริมและเติมเต็มการทำงานร่วมกันมากกว่า
ปัจจุบันผู้ดูแลผู้ป่วย (Caregiver) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มีบทบาทสำคัญในการลงพื้นที่ดูแลประชาชนอยู่แล้ว แต่ยังมีบางพื้นที่หรือบางภารกิจที่การดูแลอาจยังไม่ครอบคลุม ซึ่งอาสาพยาบาลจะเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง การติดตามแม่และเด็กหลังคลอด รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ในช่วงใกล้คลอดที่มีความเสี่ยงสูง
การติดตามดูแลประชาชนมีความครอบคลุมมากเท่าใด ก็จะยิ่งเป็นผลดีต่อระบบสุขภาพของชุมชนมากขึ้น พร้อมยืนยันว่า นโยบายอาสาพยาบาลไม่ได้เป็นการปิดกั้นโอกาสของ อสม. หรือผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เดิม แต่เปิดโอกาสให้สามารถเข้ารับการอบรมเพิ่มเติมตามหลักสูตร เพื่อยกระดับบทบาทและปรับภารกิจเข้าสู่งานอาสาพยาบาลได้เช่นกัน
ทั้งนี้ อาสาพยาบาลจะคัดเลือกจากบุคคลในพื้นที่ที่สามารถปฏิบัติงานได้จริง และมีศักยภาพในการช่วยแบ่งเบาภาระของคนในชุมชน โดยคาดหวังว่าจะช่วยปลดล็อกแรงงานที่ต้องดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมได้มากขึ้น
กระทรวงพร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และหารือร่วมกับองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินนโยบายอาสาพยาบาลเป็นไปอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน








