นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยแผนการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า ภายในกลางปี 2570 จะไม่มีรถเมล์ร้อนให้บริการอีกต่อไป โดยจะเปลี่ยนมาใช้รถเมล์ไฟฟ้า หรือ EV ทั้งหมด เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการและลดมลพิษทางอากาศในเขตเมือง
สำหรับการดำเนินการระยะแรก รถเมล์ EV ล็อตแรกจะเริ่มทยอยส่งมอบในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2570 และคาดว่าจะครบจำนวน 1,520 คัน ภายในกลางปี 2570 พร้อมกันนี้ กระทรวงคมนาคมได้เสนอขออนุมัติเพิ่มเติมจากคณะรัฐมนตรีอีก 800 คัน เพื่อรองรับความต้องการใช้งานของประชาชน และยกเลิกรถเมล์ระบบเครื่องยนต์สันดาปทั้งหมดในอนาคต
ส่วนประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับค่าโดยสารรถเมล์ EV ที่อาจปรับเพิ่มจาก 8 บาท เป็น 15 บาทนั้น กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการทบทวนและปรับปรุงรูปแบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ โดยมีแนวทางเพิ่มหรือปรับวงเงินให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการเดินทางของประชาชน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังมีแผนขยายโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ไปยังกลุ่มรถโดยสารสาธารณะเพิ่มเติมอีก 6 กลุ่ม ได้แก่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถสามล้อ รถแท็กซี่ รถสองแถว และผู้ประกอบการรถร่วมเอกชน โดยจะใช้ระบบชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน”
ทั้งนี้ ปัจจุบันกลุ่มรถโดยสารระหว่างประเทศและรถตู้ มีการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมากแล้ว ขณะที่กลุ่มรถแท็กซี่และรถสามล้อยังอยู่ระหว่างการประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนสามารถเริ่มใช้บริการได้พร้อมกับการเปิดตัวโครงการอย่างเต็มรูปแบบในระยะต่อไป








