นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) พร้อมมอบนโยบายเข้ม เดินหน้ากวาดล้างสินค้าไม่ได้มาตรฐานทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์อย่างจริงจัง รวมถึงเร่งยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย เพื่อรองรับกติกาการค้าโลกยุคใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
สมอ. ถือเป็นกลไกสำคัญหรือ “Backbone” ของประเทศ เนื่องจากมาตรฐานอุตสาหกรรมไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะคุณภาพสินค้าเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน และศักยภาพการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก ท่ามกลางสถานการณ์ที่สินค้าด้อยคุณภาพทะลักเข้าสู่ตลาดไทยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และช่องทางนำเข้าจำนวนมาก
สินค้าไม่ได้มาตรฐานไม่ได้สร้างความเสียหายเพียงด้านเศรษฐกิจ แต่ยังกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนโดยตรง พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งระบายสินค้าคุณภาพต่ำ และผู้กระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด
พร้อมยกกรณีนักเรียนจังหวัดบุรีรัมย์เสียชีวิตจากเหตุไฟฟ้าช็อตระหว่างใช้งานไดร์เป่าผมที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นตัวอย่างสะท้อนผลกระทบของสินค้าด้อยคุณภาพอย่างชัดเจน พร้อมกำชับให้ สมอ. เร่งกวาดล้างสินค้าอันตรายออกจากตลาด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน
ภายใต้นโยบาย “ONE MIND” ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับระบบคุ้มครองผู้บริโภค และป้องกันการลักลอบจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ สมอ. เร่งผลักดันมาตรฐานรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะมาตรฐานด้าน Cyber Security สำหรับภาคอุตสาหกรรม รวมถึงมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ CBAM, Carbon Footprint และเป้าหมาย Net Zero เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้ทันต่อกติกาการค้าโลกที่เข้มงวดมากขึ้น
ด้านนายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า สมอ. พร้อมขานรับนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเตรียมผลักดันสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ระบบควบคุมภายในปี 2570 อาทิ แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า สถานีชาร์จ EV รวมถึงมาตรฐานการทดสอบการชนด้านหน้าและด้านข้างของยานยนต์
ขณะเดียวกัน สมอ. ยังเร่งผลักดันมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ “มอก.62443” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคอุตสาหกรรมไทย รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและโรงงานอัจฉริยะ
สำหรับมาตรการปราบปรามสินค้าด้อยคุณภาพ สมอ. ได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ตรวจจับสินค้าไม่ได้มาตรฐานบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมุ่งเน้นสินค้าที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เช่น ไดร์เป่าผม ปลั๊กพ่วง พาวเวอร์แบงก์ และเหล็กเส้นก่อสร้าง พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ตรวจสอบตั้งแต่ผู้นำเข้า โกดังสินค้า ร้านจำหน่าย ไปจนถึงช่องทางออนไลน์ เพื่อสกัดสินค้าคุณภาพต่ำออกจากตลาดไทยอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ สมอ. ยังเดินหน้าปฏิรูปกฎหมายและระบบอนุญาตให้ทันสมัย โดยใช้แนวทางบริหารความเสี่ยงเป็นเกณฑ์ เพื่อยกระดับระบบมาตรฐานไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภค สนับสนุนผู้ประกอบการไทย และรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว








