นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยถึงการเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการโครงการ TIGERS-X ณ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อติดตามความคืบหน้าภารกิจส่งชุดทดลองวิทยาศาสตร์ ซึ่งเกิดขึ้นจากฝีมือคนไทยทุกขั้นตอนขึ้นไปทำงานบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ว่า ไฮไลต์ของการเยี่ยมชมครั้งนี้ คือการเปิดระบบควบคุมการทำงานจริงที่เริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งระบบการทำงานทั้งหมดถูกออกแบบมาให้กะทัดรัดและคล่องตัวสูง โดยใช้คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวก็สามารถจำลองเป็นศูนย์ควบคุมจากที่ใดก็ได้บนโลก พร้อมได้รับชมการสาธิตการทำงานแบบคู่ขนาน และพบความหน่วงเวลา (Latency) ต่ำเพียง 1.2 วินาที ซึ่งรูปแบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดข้อจำกัดและต้นทุนในการพึ่งพานักบินอวกาศลงไปได้อย่างมหาศาล แต่ยังทำงานได้อย่างแม่นยำ โดยเป้าหมายสำคัญของโครงการ TIGERS-X คือการใช้เทคโนโลยี Lab-on-a-chip (การย่อส่วนห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์มาไว้บนชิปขนาดเล็ก) ที่สามารถย่ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้มีขนาดเล็กเท่าแผ่นนามบัตร และรวมชุดการทดลอง (Payload) ทั้งหมดให้กะทัดรัดเท่าโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่อง เพื่อความคล่องตัวในการขนส่งทางอวกาศ และเพื่อศึกษาปรากฏการณ์อิมัลซิฟิเคชัน (Emulsification) เพื่อไขข้อสงสัยว่าของเหลวที่เข้ากันไม่ได้อย่างน้ำกับน้ำมันจะผสมกันออกมาในรูปแบบไหนเมื่ออยู่ในสภาวะที่ไร้แรงโน้มถ่วง ซึ่งข้อมูลเชิงโมเลกุลที่ได้กลับมานี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนายาและอาหารทางการแพทย์ รวมถึงปูทางไปสู่งานวิจัยที่ซับซ้อนขึ้นอย่าง Organ-on-a-chip ในอนาคต
อีกทั้งการเยี่ยมชมในครั้งนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทย สำหรับอุตสาหกรรมอวกาศที่สามารถใช้ชิ้นส่วนจากธุรกิจในประเทศได้ทั้งหมด ในขณะที่ศูนย์ทดสอบของไทยก็สามารถประเมินมาตรฐานได้สูงถึงร้อยละ90 ของ NASA แต่ใช้ต้นทุนที่ประหยัดกว่ามาก ที่สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมเต็มที่ในการเป็นศูนย์กลาง (HUB) ด้านเศรษฐกิจอวกาศใหม่ (New Space Economy) ของภูมิภาคอีกด้วย








