“Pride Month 2026” ตอกย้ำความสำเร็จกฎหมายสมรสเท่าเทียม ความเท่าเทียมทางเพศ กระตุ้นการท่องเที่ยว ดันไทยสู่เจ้าภาพ World Pride 2030

Pride Month หรือ “เดือนแห่งความภาคภูมิใจ” เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ส่งเสริมความเท่าเทียม สิทธิมนุษยชน และการยอมรับความแตกต่างในสังคม โดยมีกิจกรรมสำคัญ เช่น ขบวนพาเหรด การเสวนา นิทรรศการ กิจกรรมทางวัฒนธรรม และการรณรงค์ด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศทั่วโลก จุดเริ่มต้นของ Pride Month เชื่อมโยงกับเหตุจลาจลสโตนวอลล์ (Stonewall Riots) หรือการต่อต้านการเลือกปฏิบัติของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หลังตำรวจเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงชื่อ Stonewall Inn ในนครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1969 จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ LGBTQ+ ทั่วโลก ต่อมาในเดือนมิถุนายน 1970 ได้มีการจัดขบวน Pride Parade ครั้งแรกในหลายเมืองของสหรัฐอเมริกา เพื่อรำลึกครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์ Stonewall และต่อมาได้ขยายการจัดกิจกรรมไปทั่วโลก ทำให้เดือนมิถุนายนถูกกำหนดให้เป็น Pride Month

สำหรับประเทศไทย เริ่มต้นจัดงาน Pride ครั้งแรกในปี 2542 ภายใต้ชื่องาน “Bangkok Gay Festival 1999” โดยจัดขึ้นที่บริเวณถนนสีลม ถือเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิความเท่าเทียมทางเพศในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย การจัดกิจกรรมในช่วงแรก ๆ ของประเทศไทยเกิดขึ้นที่ต่างจังหวัด โดยเน้นไปที่เมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ จนกระทั่งในปี 2549 มีการเดินขบวนพาเหรด Pride ครั้งแรกในกรุงเทพมหานคร บริเวณถนนสีลม การจัดกิจกรรมมาหยุดชะงักลงในปี 2552 เนื่องจากมีการต่อต้านจากบางกลุ่ม และในปี 2565 ได้มีการจัด Pride Month ในชื่องาน “Bangkok Naruemit Pride 2022” ซึ่งจัดโดย คณะทำงานบางกอกนฤมิตไพรด์ และเครือข่ายนักกิจกรรมเพื่อความหลากหลายทางเพศ ร่วมเดินพาเหรดร่วมกับภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และประชาชน ณ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม) ถึงสีลม ซอย 2 เขตบางรัก และร่วมกันตัดริบบิ้นแห่งความอคติทางเพศเพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์การต่อต้านความอคติต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศ หลังจากนั้นการจัดงาน Pride Month ในประเทศไทยได้เริ่มมีการผลักดันอย่างจริงจังในช่วง
ปี 2022–2025 และในปี 2025 รัฐบาลได้เปิดกิจกรรม Amazing Thailand Love Wins Festival ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month หรือเดือนแห่งความภาคภูมิใจของชุมชน LGBTQIAN+ ทั่วโลก เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่สนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ พร้อมเป็น Pride Destination ระดับโลกอย่างแท้จริง และมีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองตลอดเดือนมิถุนายนในหลายจังหวัด พร้อมทั้งผลักดัน “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” จนประสบความสำเร็จ โดยวันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นวันที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมหรือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ มอบสิทธิให้กับบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศไม่ว่าเพศใดสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียมภายใต้กฎหมาย

กลุ่ม LGBTQ+ ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ (High-Value Tourists) ที่หลายประเทศให้ความสำคัญ เนื่องจากมีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง มีรูปแบบการใช้จ่ายที่เน้นความคุ้มค่า ชื่นชอบการพักผ่อนแบบ Luxury และมีอัตราการเดินทางท่องเที่ยวบ่อยครั้งกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งการเติบโตของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานในธุรกิจบริการ โรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน และธุรกิจเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มนี้โดยเฉพาะ อีกทั้งประเทศที่ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQ+ เป็นอย่างดี จะช่วยสะท้อนถึงการเป็นสังคมที่เปิดกว้าง เคารพในสิทธิมนุษยชน และมีความปลอดภัย การเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ช่วยสร้างจุดแข็งและความหลากหลายให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งหลายประเทศรวมถึงไทยได้ใช้เป็นยุทธศาสตร์ดึงดูดนักท่องเที่ยวผ่านการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์และเทศกาลต่าง ๆ เช่น งาน Pride Month

การจัดงาน Pride Month ในเดือนมิถุนายน เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา งาน “Bangkok Pride Festival 2025”สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 4,500 ล้านบาท มีคนเข้ามาร่วมขบวนพาเหรดทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมากกว่า 300,000 คน สำหรับในปี 2569 คาดว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีแรงหนุนจากกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งสะท้อนถึงจุดยืนของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน ความหลากหลาย และความเท่าเทียมทางเพศมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการจัดงาน “Bangkok Pride Festival 2026” ในปีนี้ไม่เพียงเฉลิมฉลอง Pride Month เท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการยกระดับ “กรุงเทพมหานคร”สู่การเป็น Pride Destination ระดับโลก และเป็นมหานครแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียม ด้วยการเสนอชื่อเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride ภายใต้ชื่อ “Bangkok World Pride 2030” ที่กรุงเทพมหานคร ในปี 2030

การจัดงาน “Bangkok Pride Festival 2026” ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชน ร่วมกันจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Patch the World with Pride ถักทอโลกด้วยความภาคภูมิใจ” มีการเดินขบวนพาเหรดภายใต้แนวคิดสากล

– Peace (สันติภาพ) – ความเสมอภาค ปราศจากการเลือกปฏิบัติ และการสร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับทุกเพศสภาพ

– People (ประชาชน) – การเคารพในสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม

– Pride (ความภาคภูมิใจ) – ความภาคภูมิใจในตัวตนของกลุ่ม LGBTQIA+ และความสำเร็จของประเทศไทย
ในการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม จนพร้อมก้าวสู่เวทีโลก

สำหรับขบวนได้แบ่งเป็น 6 ขบวนหลัก 6 สี ได้แก่ ขบวนสีเขียวแห่งสมดุล ขบวนสีฟ้าแห่งสันติและการอยู่ร่วมกัน ขบวนสีม่วงแห่งตัวตน ขบวนสีส้มแห่งศักดิ์ศรี ขบวนสีแดงแห่งความรัก และขบวนสีเหลืองแห่งศิลปะและศรัทธา ซึ่งกิจกรรมเริ่มต้นตั้งแต่ถนนสีลม และยาวต่อเนื่องถึงถนนพระราม 4 ถนนอังรีดูนังต์ ถนนพระราม 1 มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางที่สนามกีฬาเทพหัสดิน (สนามกีฬาแห่งชาติ) เป็นถนนสีรุ้งแห่งการเฉลิมฉลองความเท่าเทียม ความหลากหลาย เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ทั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเดินขบวนเพื่อร่วมจุดประกายในความหลากหลาย สร้างพื้นที่ปลอดภัยของทุกคน พร้อมแสดงความมั่นใจในศักยภาพของประเทศไทยในการผลักดันเพื่อเป็นเจ้าภาพ “World Pride 2030” อันจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน “เศรษฐกิจสีรุ้ง” (Rainbow Economy) ที่จะดึงดูดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวและยกระดับทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทยได้อย่างมหาศาล  อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมในทุกๆ ด้าน

ขณะที่กิจกรรมเวที Pride Stage ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภาคเอกชน ทำให้เห็นว่าทุกภาคส่วนล้วนแสดงออกถึงความสามัคคี แสดงความเท่าเทียม ความเป็นอิสระ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ของการจัดงาน และการจัดงานครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะก้าวไปสู่การเป็นเจ้าภาพจัดงาน “World Pride 2030”

ด้านนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ยินดีที่ได้เห็นทุกคนร่วมกันแสดงพลังอันยิ่งใหญ่แห่งความเท่าเทียมทางเพศ ยืนยันว่าจะผลักดันการคุ้มครองสิทธิของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการทลายกำแพงแห่งความเหลื่อมล้ำทางสังคม การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นมากกว่างานรื่นเริง แต่เป็นกระบอกเสียงและกลไกทางสังคมที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางกฎหมายเพื่อรองรับสิทธิขั้นพื้นฐานของชุมชนความหลากหลายทางเพศให้เกิดขึ้นจริง และคาดหวังว่าจะเห็นการจัดกิจกรรมนี้กระจายไปทั่วประเทศ  

สำหรับกิจกรรม Pride Month ที่จัดตลอดทั้งเดือนมิถุนายน 2569 ประกอบด้วย

กรุงเทพมหานคร

– “ONE BANGKOK ONE PRIDE ONE RUN 2026” วันที่ 7 มิถุนายน 2569 ที่ One Bangkok กรุงเทพฯ

– “We All Pride Thailand 2026 @ Bangkapi” วันที่ 20 มิถุนายน 2569

ภาคกลาง

– “Ayutthaya Pride 2026” วันที่ 13 มิถุนายน 2026 เวลา 16.00 น. ณ วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา

ภาคเหนือ

– “Phayao Pride Festival 2026” วันที่ 26 – 27 มิถุนายน 2569 ที่กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

– “Loei Pride Month 2026” วันที่ 6 มิถุนายน 2569 ที่สวนสาธารณะกุดป่อง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย

– “Pride of ISAN @ The Mall Korat” วันที่ 6 – 7 มิถุนายน 2569 ที่ The Mall Korat จังหวัดนครราชสีมา

ภาคตะวันออก

– “Pattaya International Pride Festival 2026” วันที่ 26 – 28 มิถุนายน 2569 ที่ถนนเลียบชายหาดพัทยา เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

– “Circuit Festival Asia 2026” วันที่ 19 – 21 มิถุนายน 2569 ที่ The Zign Hotel Pattaya จังหวัดชลบุรี

ภาคใต้

– “Phuket Pride Festival 2026” วันที่ 1 – 7 มิถุนายน 2569 ณ หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต

– “Trang Pride 2026” วันที่ 13 มิถุนายน 2569 ที่ Robinson Trang อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง

– “Krabi Pride 2026” วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ที่จังหวัดกระบี่

– “Hat Yai Pride Festival 2026” วันที่ 27 – 28 มิถุนายน 2569 ที่ Diana Cineplex อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง